สัมผัสแรก MG HS PHEV

ขับก่อนเปิดตัว MG HS PHEV ปลั๊กอินไฮบริด

แม้การเดินทางของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า จะดูเหมือนว่าอีกยาวไกล แต่การเริ่มต้นที่เด่นชัดถือเป็นสิ่งที่ที่ช่วยให้อุตสาหกรรมยานยนต์มีการพัฒนาไปในทิศทางที่สดใสขึ้น ล่าสุดกับการเปิดตัวรถยนต์พลังงานทางเลือกจากค่าย “MG” ไม่ใช้รถพลังงานไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์ แต่เป็นรถที่จะมาตอบโจทก์การใช้งานที่มีข้อจำกัดของรถยนต์ EV ที่เป็นปัญหาที่ยังรอการแก้ไขจากผู้เกี่ยวข้อง www.carbeliever.com เรามีโอกาสได้ลองขับก่อนเปิดตัวสำหรับ MG HS PHEV ซึ่งเป็นรถยนต์ประเภทปลั๊กอินไฮบริด ในสนาม ทดสอบ MGD ก่อนการเปิดตัวและเผยราคาในวันที่ 27 ตุลาคมนี้

                พัฒนาจากพื้นฐาน HS ที่ถูกยอมรับ

ต้องบอกว่า เอ็มจี ปลั๊กอินไฮบริด นี้อาจจะไม่ได้เน้นเรื่องของความเปลี่ยนแปลงตัวถัง รวมทั้งรูปร่างหน้าตาให้ออกมาแตกต่างจาก HS ตัวเครื่องยนต์สันดาปภายในมากนัก แต่จะเน้นในเรื่องของการจับเอาเทคโนโลยี ปลั๊กอินไฮบริดเขามาใช้มากกว่า ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้อย่างชัดเจน หรือเอกลักษณ์ที่บ่งบอกว่าเป็นตัว ปลั๊กอินไฮบริด นั้นอยู่ที่ล้อขอบ 18 ลายใหม่ พร้อมยาง 235/50 R18 และสัญลักษณ์ PHEV ท้ายรถ

ในส่วนอื่นไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้าแบบ “Starlit Shield Front Grill” ไฟหน้า bi-colour LED ไฟท้าย LED พร้อมติดตั้งสปอยเลอร์หลังแบบดีไซน์เพียวสปอร์ต ปลายท่อคู่ดูสปอร์ต ก็โดดเด่นอยู่แล้วในตัวเดิม ซึ่งอาจจะต้องใช้ความสังเกตุกันเล็กน้อยในรุ่นนี้

ส่วนภายใน มีให้เห็น 2 รูปแบบ ซึ่งที่โดดเด่นและดูสวยงาม หลายคนชื่นชอบก็คือ การเลือกใช้โทนสีที่ดูสว่างตาหน่อย โดยจะเป็นแบบสีน้ำเงินกรมท่าสลับครีมขาวทั้งหมดตั้งแต่แผงประตู คอนโซลหน้า คอนโซลเกียร์ โดยและเบาะนั่งทรงสปอร์ตคู่หน้าปรับไฟฟ้า ตกแต่งหุ้มวัสดุผิวสัมผัสหรือ Soft Touch แนวรถยุโรป แต่สำหรับใครที่บอกว่า ไม่ชอบโทนนี้ เพราะดูแลรักษายาก ก็สามารถเลือกเบาะนั่งโทนสีดำ ให้อามรมณ์แบบสปอร์ตสุขุมได้

หลังคา Panoramic ที่มีขนาดใหญ่ถึง 1.19 ตร.ม. พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นสปอร์ตท้ายตัด 3 ก้าน พร้อมมาตรวัดเรืองแสงขนาดใหญ่ที่ตรงกลางแสดง MID ข้อมูลตัวรถแบบสี ส่วนคอนโซลกลางมีจอสัมผัส 10 นิ้ว พร้อมลำโพงที่ต้องบอกว่าโดนใจเพราะใช้ของ BOSE ทั้งหมด รวมถึงซัฟวูฟเฟอร์ ที่ติดตั้งอยู่ใต้ช่องเก็บสัมภาระด้านท้าย ให้พลังเสียงที่หนักแน่นนขึ้น ส่วนเรื่องระบบ I-Smart ก็ยังติดตั้งมาอย่างครบครัน

เครื่องยนต์ 1.5 ลิตรแรงทั้งเทอร์โบ และมอเตอร์ไฟฟ้า

ในส่วนที่ถือว่าเป็นพระเอกสำหรับรุ่นนี้ก็คงเป็นเรื่องของขุมพลัง ที่แม้จะยังคงใช้เครื่องยนต์บล็อกเดิมก็คือ เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร ที่สามารถเรียกแรงม้าออกมาใช้งานได้ 169 แรงม้าที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิด 250 นิวตัเมตร ที่ 1,700-4,300 รอบ/นาที มาใช้

แต่พิเศษตรงที่มันจะทำงานผสานกันอย่างลงตัวกับ มอเตอร์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ ที่เรียกกำลังออกมาได้ถึง 122 แรงม้า ซึ่งตัวที่เก็บและจ่ายกระแสไฟก็คือ แบตเตอรี่แบบ lithium-ion ที่มีความจุถึง 16.6 kWh

ในส่วนของระบบส่งกำลังก็เป็นเรื่องของชุดเกียร์ ที่แยกออกเป็น 2 ส่วน ซึ่งจะเป็นแบบเฟืองเกียร์ทั้งส่วนของเครื่องยนต์ และของฝั่งมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งจะทำงานประสานกันเพื่อให้การถ่ายทอดกำลังออกมาใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยจะเรียกว่าเป็นเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีดแบบ ​​EDU II

อย่างไรก็ตามเสป็คที่ออกมาคร่าวๆ แจ้งมาว่าในโหมดไฟฟ้า หรือว่า EV นั้นสามารถวิ่งในโหมดไฟฟ้าสูงสุด กว่า 60 กม. ในส่วนของการชาร์จไฟนั้นสามารถทำได้ 2 แบบก็คือ HOME CHARGE หรือสถานีชาร์จ จะใช้เวลาราว 4 ชั่วโมง ในการชาร์จไฟจากเลเวล 0 ไปถึง 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการชาร์จโดยใช้หม้อแปลงที่ติดมาให้กับรถนั้น จะสามารถชาร์จจาก 0 เปอร์เซ็นต์ให้เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ได้ในเวลา 5 ชั่วโมงครึ่ง ถือว่าเป็นเวลาที่น่ายอมรับได้

โหมดลองขับ MG HS PHEV ปลั๊กอินไฮบริดในสนาม

ต้องบอกก่อนว่า นี่เป็นการขับในแบบ “สัมผัสแรก”  2 รอบสนาม MGD เท่านั้น ระยะทางรวมอาจไม่ถึง 3 กม. แต่ก็พอจะบอกความรู้สึกคร่าวๆ กันได้

การกดคันเร่งในช่วงออกตัว ถือเป็นปรกติของรถประเภทที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าตัวใหญ่ พลังเยอะ ทำให้มีแรงเหลือเฟือที่จะเรียกกำลังออกมาเพื่อตอบสนองต่อการกดคันเร่งได้ดีพอตัว เวลาของอัตราเร่งไม่ได้จับ เพียงแต่ในระยะทาง150-160 เมตร นั้นเข็มไมล์ขึ้นไปได้เฉียด 100 กม./ชม. ซึ่งถือว่าน่าพอใจทีเดียว

ในด้านการควบคุม และการทรงตัว พวงมาลัยถือว่าตอบสนองดี พอๆ กับ HS เครื่องยนต์สันดาปปรกติ แต่เรื่องการทรงตัวงานนี้ดีกว่าเห็นๆ ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นเกือบร้อยกิโล และที่สำคัญก็คือการบาล้านซ์น้ำหนักของชุดแบตเตอรี่ลิเธี่ยม ไอออน นั้นถือว่าสมดุลกว่าเดิม

ซึ่งในรุ่นนี้จะลดขนาดของถังน้ำมันลง ถ้าจำไม่ผิดน่าจะอยู่ราว 37 ลิตรเท่านั้น ทำให้การจัดวางแบตเตอรี่รูปตัว T มีความสมดุลได้มากยิ่งขึ้น ส่งผลโดยตรงกับเรื่องการทรงตัว และระบบรองรับที่ยึดเกาะถนนได้ดี

ก็ถือว่า MG HS PHEV ปลั๊กอินไฮบริด คันนี้เป็นรถอีกรุ่นหนึ่งของ ปี 2020 ที่มีความสดใหม่ น่าสนใจและท้าทายในด้านของการตลาด รถยนต์ที่มีเทคเทคโนโลยีสูงคนไทยชื่นชอบอยู่แล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น 27 ตุลาคมนี้จะเป็นวันตัดสินอีกทีว่า จะสามารถเพิ่มดีกรีความน่าสนใจในการที่จะจับจองเป็นเจ้าของให้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิมขนาดไหน เราจะนำมาเสนอกันอีกที ไว้รอชมกันได้ครับ