9 อันดับรถแรงม้าเยอะที่สุดในโลกปี 2025 เห็นจำนวนม้าที่ออกมาซ่าแล้วจะต้องบอกว่าเอาถนนที่ไหนวิ่ง
แรงม้าหรือแรงโม้ แต่เขาคงไม่ออกมาโชว์ถ้าไม่ใช่ตัวเลขจริงที่มีการคำนวนและวัดตามมาตรฐานของแต่ละค่าย ซึ่งก่อนหน้านี้ CARBELIEVER เราเคยพูดถึงรถรถไฟฟ้าที่วิ่งได้ไกลสุดต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง รวมทั้งเรื่องรถไฟฟ้าที่อัตราเร่งเร็วสุด ครั้งนี้ขอพูดเรื่อง 9อันดับรถแรงม้าเยอะสุดในโลกเอาเฉพาะปี 2025 นี้ซึ่งวัดกันจากตัวเลขของจำนวนม้าซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นรถประเภทเอ็กโซติกคาร์ และไฮเปอร์ คาร์ที่สร้าออกมาจำนวนน้อยจากค่ายรถที่เน้นความแรงเป็นหลัก จะเป็นรถยี่ห้อไหนรุ่นไหนบ้างไปชมกันเลย

อันดับ 9. Koenigsegg CC850 ราคา 3.7 ล้านเหรียญสหรัฐ
1,385 แรงม้า / 1,020 ปอนด์-ฟุต
ความเร็วสูงสุด: 280 ไมล์ต่อชั่วโมง (โดยประมาณ)
อัคราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง: 2.5 วินาที
Koenigsegg เป็นรถสัญชาติสวีเดน ตัวแรกที่ออกมาคือ CC8 จำหน่ายให้คนทั้วไปเมื่อปี 2002-2003 ส่วนรุ่น CC850 ตัวนี้ใช้เครื่องยนต์ V8 5.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 1,385 แรงม้า ที่ใช้เชื้อเพลิง E85 มีอัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนักที่ 1 แรงม้าต่อ 1 กิโลกรัม
มาพร้อมระบบเกียร์ 9 สปีดสามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อัตโนมัติ หรือจะสามารถเปลี่ยนเกียร์เองด้วยแป้นคลัตช์และคันเกียร์แบบ Gated สำหรับเกียร์ธรรมดาก็ได้

อันดับที่ 8. Bugatti Tourbillon ราคา 4.0 ล้านเหรียญสหรัฐ
1,775 แรงม้า / 1,696 ปอนด์-ฟุต
ความเร็วสูงสุด: 276 ไมล์ต่อชั่วโมง
อัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง: 2.0 วินาที
ไฮเปอร์คาร์รุ่นล่าสุดของ Bugatti เป็นรถ N/A หรือไม่มีเทอร์โบโดยสิ้นเชิง เครื่องยนต์ V-16 ใหม่ล่าสุดของ Tourbillon ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าสามตัว ให้กำลัง 1,775 แรงม้า และแรงบิด 1,696 ปอนด์-ฟุต ซึ่งจุดเด่นสำคัญอยู่ที่การออกแบบด้านหน้าของผู้ขับขี่ พวงมาลัยและมาตรวัดที่ใช้ชิ้นส่วนกลไกของนาฬิกาคุณภาพสูง ซึ่งเป็นที่มาของชื่อรุ่น เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ค่าตัวสูงถึง 4 ล้านดอลลาร์

อันดับทีร 7. Hennessey Venom F5 ราคา 1.8 ล้านเหรียญสหรัฐ
1,817 แรงม้า / 1,193 ปอนด์-ฟุต
ความเร็วสูงสุด: 310 ไมล์ต่อชั่วโมง (โดยประมาณ)
อัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง: 2.5 วินาที
Hennessey Venom F5 มีทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ รุ่นคูเป้ รุ่นโรดสเตอร์ และรุ่น F5 Revolution ซึ่งทั้งสามรุ่นมาพร้อมเครื่องยนต์ V-8 ทวินเทอร์โบ 6.6 ลิตร ให้กำลัง 1,817 แรงม้า แรงบิด 1,193 ปอนด์-ฟุต ถึงแม้ว่าความเร็วสูงสุดที่อ้างไว้จะยังไม่ได้รับการยืนยัน แต่ก็สามารถกล่าวได้ว่า Venom F5 มอบสมรรถนะอันน่าทึ่งให้เราได้เห็นกัน

อันดับที่ 6. Pininfarina B95ราคา 4.8 ล้านเหรียญสหรัฐ
1,877 แรงม้า / 1,741 ปอนด์-ฟุต
ความเร็วสูงสุด: 186 ไมล์ต่อชั่วโมง
อัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง: 2.0 วินาที
Pininfarina บริษัทออกแบบจากเมืองตูริน ได้กลายเป็นผู้ผลิตซูเปอร์คาร์ไฟฟ้ารายเดียวในโลก B95 เปิดประทุนคันนี้คือผลงานล่าสุดของบริษัท โดยมีการผลิตเพียง 10 คันทั่วโลก ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าสี่ตัว ให้กำลัง 1,877 แรงม้า และแรงบิด 1,741 ปอนด์-ฟุต รถเปิดประทุนคันนี้ทำอัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง ในเวลาสองวินาทีเท่านั้น

อันดับที่ 5. Pininfarina Battista ราคา 2.2 ล้านเหรียญสหรัฐ
1,900 แรงม้า / 1,741 ปอนด์-ฟุต
ความเร็วสูงสุด: 222 ไมล์ต่อชั่วโมง (โดยประมาณ)
0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง: 1.79 วินาที (โดยประมาณ)
รถยนต์อีกคันที่ติดอันดับตัวแรงในสายการผลิตของ Pininfarina เป็นคันแรกที่ผลิตภายในบริษัท Battista ซึ่งเป็นรถรุ่นน้องและคู่แข่งของ Rimac Nevera จากโครเอเชีย เปิดตัวด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าซิงโครนัสแม่เหล็กถาวรไม่น้อยกว่าสี่ตัว ให้กำลังรวม 1,900 แรงม้า และแรงบิด 1,741 ปอนด์-ฟุต ด้วยราคา 2.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แน่นอนว่าอัตราเร่งสุดยอดตามแรงม้าไปติดๆ

อันดับที่ 4. Lotus Evija ราคา 2.3 ล้านเหรียญสหรัฐ
1,972 แรงม้า / 1,254 ปอนด์-ฟุต
ความเร็วสูงสุด: 218 ไมล์ต่อชั่วโมง
อัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง: 2.6 วินาที (โดยประมาณ)
Lotus ก้าวหน้ามาไกลมากนับตั้งแต่ Colin Chapman เริ่มสร้างรถสปอร์ตน้ำหนักเบา ปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของ Geely บริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากจีน ซึ่งมุ่งเน้นการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง โชคดีที่ Evija มีขุมพลังมหาศาลที่ช่วยชดเชยภาระของแบตเตอรี่ไฟฟ้า ด้วยกำลัง 1,972 แรงม้าที่พร้อมจ่ายไฟไปขับเคลื่อนได้อย่างรวดเร็วทันใจ แต่อัตราเร่งก็อาจจะน้อยกว่าหลายๆ รุ่นท่ีกล่าวมา

อันดับที่ 3. Aspark Owl ราคา 3.1 ล้านเหรียญสหรัฐ
1,984 แรงม้า / 1,475 ปอนด์-ฟุต
ความเร็วสูงสุด: 273 ไมล์ต่อชั่วโมง
อัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง: 1.72 วินาที
อีกหนึ่งไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้าจากญี่ปุ่นที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักนักอย่าง Aspark Owl ที่มีแรงม้ามากกว่ารถสัญชาติอังกฤษถึง 12 แรงม้า มอเตอร์ไฟฟ้าสี่ตัวให้กำลัง 1,984 แรงม้า และแรงบิด 1,475 ปอนด์-ฟุต เมื่อรวมกับตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ของ Owl จะทำให้อัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงในเวลา 1.72 วินาทีเท่านั้น

อันดับที่ 2. Rimac Nevera R ราคา 2.5 ล้านเหรียญสหรัฐ
2,107 แรงม้า / แรงบิด TBA
ความเร็วสูงสุด: 256 ไมล์ต่อชั่วโมง
อัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง: 1.74 วินาที
เป็นรถยนต์ไฮเปอร์สปอร์ตไฟฟ้าสมรรถนะสูง ผลิตโดยบริษัท Rimac Automobili สัญชาติโครเอเชีย Nevera ไต่อันดับขึ้นไปถึงห้าอันดับจากปี 2024 ด้วยรุ่นใหม่ล่าสุด Nevera R มาพร้อมหลักอากาศพลศาสตร์ที่ดีขึ้น รวมถึงการปรับปรุงอื่นๆ อีกมากมายในสนามแข่ง เช่น เบรกที่มีความแข็งแกร่งขึ้นและดิฟฟิวเซอร์หลังที่ใหญ่ขึ้น แต่ประเด็นสำคัญคือมอเตอร์ไฟฟ้าใหม่สี่ตัวที่ได้รับการจัดอันดับให้มีกำลังมากกว่า Nevera “รุ่นมาตรฐาน” เสียอีก แต่ก็ยังไม่มีการเปิดเผยค่าแรงบิดสำหรับ Nevera R

อันดับที่ 1. Koenigsegg Gemera ราคา 1.7 ล้านเหรียญสหรัฐ
2,300 แรงม้า / 2,028 ปอนด์-ฟุต
ความเร็วสูงสุด: 248 ไมล์ต่อชั่วโมง
อัตราเร่ง 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมง: 1.9 วินาที
Lucid Air Sapphire เป็นรถสี่ประตูที่เร็วที่สุด แต่สำหรับรถสี่ที่นั่งที่เร็วที่สุดต้องยกให้ Koenigsegg Gemera เป็นไฮเปอร์คาร์สัญชาติสวีเดน ผลิตออกมาจำนวนจำกัด แรงบิดมหาศาล ได้มาจากการใช้เครื่องยนต์ V-8 เทอร์โบคู่ 5.0 ลิตร ร่วมกับระบบไฮบริดอันชาญฉลาด เรียกม่าออกมาได้สูงถึง 2,300 ตัวขึ้นแท่นหัวแถวครองสถิติตัวแรงสุดของโลกสำหรับปัจจุบันและอาจจะอีกยาวนานด้วยต้องรอติดตามกันต่อไปว่าจะมีรถยี่ห่อไหนรุ่นไหนมาโค่นแชมป์

