ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ รุ่นซิงเกิ้ลแค็บแชสซี พร้อมลุยตลาดรถกระบะสำหรับงานหนัก

ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ รุ่นซิงเกิ้ลแค็บแชสซี

พร้อมลุยตลาดรถกระบะสำหรับงานหนัก รองรับการดัดแปลงเชิงพาณิชย์ 

ในราคา 1,464,000 บาท

ฟอร์ด ประเทศไทย ประกาศจำหน่าย ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ รุ่นซิงเกิ้ลแค็บแชสซี อย่างเป็นทางการ ในราคา 1,464,000 บาท พร้อมส่งมอบตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป เสริมไลน์อัพเรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ หลังเปิดตัวรุ่นดับเบิ้ลแค็บครั้งแรกของโลกเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ รุ่นซิงเกิ้ลแค็บแชสซี ออกแบบสำหรับลูกค้าฟลีต ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่ต้องการรถกระบะสมรรถนะสูง พร้อมพื้นฐานแข็งแกร่งที่รองรับการดัดแปลงเป็นรถใช้งานเฉพาะทางได้ทันทีตั้งแต่ออกจากโรงงาน ไม่ว่าจะเป็นรถบริการเฉพาะทาง รถกู้ภัย รถพยาบาล รถบริการภาคสนาม รถขนส่งอุปกรณ์ หรือรถสำหรับธุรกิจที่ต้องรับภาระบรรทุกและลากจูงสูง
จุดเด่นสำคัญของรุ่นซิงเกิ้ลแค็บแชสซี คือการออกแบบพื้นที่ด้านหลังให้เป็นฐานสำหรับการติดตั้งตัวถังและอุปกรณ์ตามลักษณะการใช้งาน โดยรองรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุด 2,060 กิโลกรัม พร้อมระยะฐานล้อ 3,270 มิลลิเมตร ระบบกันสะเทือนหลังแบบแหนบซ้อนเฮฟวี่ดิวตี้ (Heavy Duty Leaf Springs) และไดชาร์จขนาดใหญ่พิเศษ 250 Ah เพื่อรองรับการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้ากำลังสูงในรถดัดแปลง
ด้านสมรรถนะ มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร วี6 กำลังสูงสุด 210 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 600 นิวตัน-เมตร จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีดแบบ e-Shifter รองรับการลากจูงสูงสุด 4,500 กิโลกรัม* และน้ำหนักรถรวมบรรทุกและลากจูง (GCM) สูงสุด 8,000 กิโลกรัม** พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) โหมดการขับขี่ 7 โหมด ดิฟล็อกไฟฟ้าหน้า-หลัง และถังน้ำมันขนาด 130 ลิตร เพื่อตอบโจทย์การใช้งานระยะไกลและภารกิจต่อเนื่อง
ตัวรถยังติดตั้งกันชนหน้าเหล็กดีไซน์พิเศษ พร้อมตะขอลากจูงแบบ Heavy Duty ด้านหน้าและด้านหลัง แผ่นเหล็กกันกระแทกใต้ท้องรถชนิดหนาพิเศษ ล้อเหล็กขนาด 18 นิ้วพร้อมยาง All Terrain LT และดุมล้อแบบน็อต 8 ตัวที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานหนักโดยเฉพาะ ภายในห้องโดยสารมาพร้อมหน้าจอสัมผัส Multi-Touch ขนาด 12 นิ้ว รองรับ Wireless Apple CarPlay®, Android Auto™ และระบบเชื่อมต่อ SYNC® 4A
“ฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ รุ่นซิงเกิ้ลแค็บแชสซี เป็นอีกหนึ่งคำตอบสำหรับลูกค้าที่ต้องการรถกระบะเพื่อการทำงานอย่างแท้จริง ทั้งในด้านโครงสร้าง สมรรถนะ และความพร้อมสำหรับการดัดแปลง” นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว “เรามองเห็นความต้องการของลูกค้าฟลีตและผู้ประกอบการไทยที่กำลังมองหารถที่มากกว่าการขนส่ง แต่ต้องเป็นเครื่องมือทางธุรกิจที่เชื่อถือได้ ใช้งานหนักได้ และปรับให้เหมาะกับภารกิจของแต่ละองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
ลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศ หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ford.co.th และช่องทางโซเชียลมีเดียของฟอร์ด ประเทศไทย ทั้ง Facebook, YouTube, TikTok และ LINE @FordThailand หรือติดต่อ Call Center โทร. 1383 สำหรับกรุงเทพฯ หรือโทรฟรี 1-800-225-449 สำหรับต่างจังหวัด
หมายเหตุ:
*ความสามารถในการลากจูงสูงสุดของรถเมื่อใช้ระบบลากพ่วงแท้จากฟอร์ด และติดตั้งระบบเบรกแล้ว ไม่รวมหัวบอลลากพ่วง (จำหน่ายแยกต่างหาก) และต้องเป็นไปตามข้อกำหนดในประเทศ เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดเหล่านี้ น้ำหนักบรรทุกและน้ำหนักลากจูงรวม อาจต้องถูกจำกัดเพื่อเป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด
**น้ำหนักรถรวมบรรทุก (Gross Vehicle Mass – GVM) คือน้ำหนักรวมสูงสุดของรถ น้ำหนักบรรทุก และหัวลากจูง ที่อนุญาตให้บรรทุกของรถ แต่ไม่รวมน้ำหนักของรถพ่วง น้ำหนักรถรวมบรรทุกและลากจูง (Gross Combined Mass – GCM) คือน้ำหนักสูงสุดที่อนุญาตของรถยนต์และรถพ่วงรวมกัน เป็นไปตามข้อกำหนดในประเทศ น้ำหนักรถที่ระบุเป็นค่าประมาณและอาจมีความคลาดเคลื่อนได้ ควรชั่งน้ำหนักรถก่อนและหลังการบรรทุกใดๆ เพื่อให้แน่ใจว่าน้ำหนักรถรวมบรรทุก (GVM), น้ำหนักรถรวมบรรทุกและลากจูง (GCM) และพิกัดน้ำหนักเพลาสูงสุด (Gross Axle Weight Ratings) อยู่ภายใต้ขีดจำกัดที่กำหนด