“ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร” รถยนต์พรีเมียม เอสยูวี แฟล็กชิปเจเนอเรชันใหม่

 “ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร” รถยนต์พรีเมียม เอสยูวี แฟล็กชิปเจเนอเรชันใหม่

เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อม “AMBASSADOR PROGRAM PACKAGE”

สัมผัสความเหนือระดับก่อนใคร ด้วยราคาและข้อเสนอพิเศษ ถึง 31 ธันวาคมนี้เท่านั้น!

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเปิดตัว “ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร” รถยนต์พรีเมียม เอสยูวี แฟล็กชิปเจเนอเรชันใหม่ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้คอนเซปต์ “Live Masterpiece นิยามใหม่ของความหรูหราในทุกการเดินทาง” นับเป็น มิตซูบิชิ ปาเจโร รุ่นที่ 5 ที่สานต่อมรดกความสำเร็จกว่า 44 ปี สู่บทใหม่แห่งยนตรกรรมที่สะท้อนความเป็นที่สุดของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการผสานความเหนือระดับ (Prestige) ที่สัมผัสได้ผ่านความประณีตและสุนทรียภาพในทุกมิติ ความมั่นใจในการขับขี่ (Confidence) จากสมรรถนะการขับขี่อันทรงพลังทั้งบนทางเรียบและทางฝุ่น และความสะดวกสบาย (Comfort) ของห้องโดยสารที่ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ควบคู่กับเทคโนโลยีล้ำสมัยมากมาย เพื่อเติมเต็มทุกเส้นทางของชีวิตอย่างมีระดับ ให้ก้าวข้ามทุกขีดจำกัดได้อย่างง่ายดาย พร้อมพิชิตทุกความสำเร็จได้อย่างมั่นใจในแบบฉบับของตัวเอง
มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร เป็นมากกว่ารถยนต์พรีเมียม เอสยูวี แฟล็กชิปเจเนอเรชันใหม่ แต่เป็นการสืบทอดตำนานไอคอนิกของปาเจโรที่ครองใจผู้คนทั่วโลกมายาวนานกว่า 4 ทศวรรษ พร้อมยกระดับของแบรนด์ใหม่ให้ตอบรับความคาดหวังของลูกค้าในยุคปัจจุบัน โดยเรามีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในฐานะฐานการผลิตหลักและศูนย์กลางการส่งออกเชิงยุทธศาสตร์ อีกทั้งยังเป็นตลาดแรกของโลกที่วางจำหน่ายรถยนต์รุ่นนี้ ก่อนขยายสู่ประเทศญี่ปุ่นและออสเตรเลียภายในปีงบประมาณ 2569 และมีแผนทำตลาดในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมภูมิภาคอาเซียน ลาตินอเมริกา และตะวันออกกลาง ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป
ตลอดระยะเวลา 65 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้สั่งสมประสบการณ์และความเข้าใจในวิถีชีวิต ความต้องการของลูกค้า ตลอดจนสภาพถนนที่หลากหลาย ซึ่งรวมเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อพัฒนา ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ให้รับมือกับทุกการใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยผ่านการทดสอบบนถนนจริงในประเทศไทย ระยะทางรวมกว่า 100,000 กิโลเมตร พร้อมปรับจูนให้เข้ากับสภาพการขับขี่และรูปแบบการใช้งานจริง ภายใต้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างทีมงานไทยและญี่ปุ่น ทั้งในด้านการพัฒนา การควบคุมคุณภาพ และการผลิต เพื่อให้ได้รถยนต์พรีเมียม เอสยูวี คุณภาพสูง ตามมาตรฐานระดับโลก
นอกจากนี้ กว่า 80% ของผู้ผลิตและจัดส่งชิ้นส่วนสำหรับ ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร เป็นผู้ประกอบการที่มีฐานการดำเนินงานอยู่ในประเทศไทย ตอกย้ำศักยภาพของบุคลากรไทยและความแข็งแกร่งของเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วน
ในประเทศ อีกทั้งยังมีส่วนสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผ่านการจ้างงาน การส่งออก และการส่งเสริมการพัฒนาทักษะแรงงานฝีมือในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเราจะยังคงเดินหน้าสร้างคุณค่าให้กับประเทศไทยต่อไป และเติบโตเคียงข้างสังคมไทยอย่างยั่งยืน”
ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ได้รับการออกแบบให้สอดรับกับทุกจังหวะของชีวิต ตอบโจทย์ทั้งภาพลักษณ์ รสนิยม และไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางกลางเมืองใหญ่ในวันทำงาน ไปจนถึงการออกไปท่องโลกกว้างในวันพักผ่อนที่ต้องการความอิสระและความท้าทาย ด้วยความเป็นรถยนต์พรีเมียม เอสยูวี ที่รอบด้านทั้งความเหนือระดับ (Prestige) ความมั่นใจในการขับขี่ (Confidence) และความสะดวกสบาย (Comfort) ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร จึงสามารถมอบประสบการณ์ระดับมาสเตอร์พีซให้กับทุกช่วงเวลาของการใช้งานได้อย่างแท้จริง

ความเหนือระดับ (Prestige)

ดีไซน์ภายนอก สง่างาม ทรงพลัง เหนือกาลเวลา

ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ได้รับการออกแบบภายใต้คอนเซปต์ “สง่างามอย่างทรงพลัง” (Grand Charisma) ที่หลอมรวมความแข็งแกร่งเข้ากับความสง่างามได้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยสัดส่วนตัวถังขนาดใหญ่ บึกบึน และเส้นสายที่โฉบเฉี่ยว เด่นชัดในทุกมุมมอง ขณะเดียวกันยังคงรักษาซิกเนเจอร์ของปาเจโรไว้ ผ่านรายละเอียดรอบคันที่ได้รับการพัฒนาใหม่ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเสา C ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโรลบาร์ของ มิตซูบิชิ
ปาเจโร รุ่นที่ 1 และส่วนท้ายบริเวณพื้นที่ตำแหน่งยางอะไหล่ในรุ่นก่อนที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระให้มากกว่าเดิม พร้อมสะกดทุกสายตาด้วยกระจังหน้าแบบ Kendo Mask ในรุ่น GLS และ GSR ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะการต่อสู้ชั้นสูงของญี่ปุ่น ให้ความรู้สึกปราดเปรียวและภูมิฐานภายใต้เส้นแนวนอนทอดยาว ส่วนรุ่น Super Exceed พิเศษยิ่งขึ้นด้วยกระจังหน้าแบบ Honeycomb ที่นำโฉมหน้าเอกลักษณ์ของ มิตซูบิชิ
ปาเจโร รุ่นที่ 1 ตำนานแห่งทะเลทรายจากการแข่งขันดาการ์ แรลลี่ มาตีความใหม่ให้ร่วมสมัยและสปอร์ตพรีเมียม
กว่าเคย
ไฟหน้า-ท้ายแบบ LED จัดเรียงเป็นรูปตัวที (T-Shape) พร้อมสอดแทรกความเป็น มิตซูบิชิ ปาเจโร รุ่นแรก ด้วยการฝังไฟหน้าและไฟตัดหมอกแบบ LED เข้าไปในตัวรถ เพื่อลดความเสี่ยงต่อความเสียหายของชุดไฟจากการใช้งานในเส้นทางสมบุกสมบัน อีกทั้งยังเพิ่มลูกเล่นด้วยไฟหน้า-ท้ายแบบไดนามิก (Dynamic Flow Light) ที่ให้แอนิเมชันไฟเคลื่อนไหวเมื่อทำการล็อกและปลดล็อกรถ เสริมความปลอดภัยให้กับการเดินทางยามค่ำคืนด้วยระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าและไฟสูงแบบอัตโนมัติ (Automatic Headlight and Automatic High Beam) และไฟหน้า LED แบบปรับระดับลำแสงอัตโนมัติ (Adaptive LED Headlight) รวมถึงไฟส่องพื้น พร้อมสัญลักษณ์ PAJERO (Puddle Lamp with PAJERO Logo) ที่อำนวยความสะดวกในการเข้า-ออกรถอย่างมีสไตล์
ซุ้มล้อขนาดใหญ่ให้บุคลิกที่น่าเกรงขาม รับกับล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ในรุ่น GLS ล้ออัลลอยสีทูโทนขนาด 20 นิ้ว ในรุ่น GSR และล้ออัลลอยสีทูโทนรมดำขนาด 20 นิ้ว ในรุ่น Super Exceed พร้อมคิ้วซุ้มล้อที่รองรับการติดตั้งท่อ
สน็อกเกิล ซึ่งช่วยยกช่องรับอากาศของเครื่องยนต์ให้สูงขึ้น ให้ลุยได้ในทุกเส้นทางที่ท้าทาย
ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร มีสีภายนอกทั้งแบบทูโทนและโมโนโทน รวม 9 สี โดยมีสีไฮไลต์ 2 สี ได้แก่ สีอาร์เมอร์ คอปเปอร์ (Armour Copper) สีทองแดงที่ให้ความหนักแน่น ทรงพลัง ขับเน้นเส้นสายและสัดส่วนให้ชัดเจนขึ้น และสีแฟนทอม บลู (Phantom Blue) สีฟ้าอมเทาที่ให้ความมั่นคง สุขุมลุ่มลึก พร้อมประกายทองที่เผยให้เห็นตามองศาการตกกระทบของแสง

ดีไซน์ภายใน ไฮเอนด์ ประณีต พิถีพิถันทุกรายละเอียด

ภายในห้องโดยสารของ ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ให้ความหรูหราขั้นสุดด้วยโทนสีน้ำตาลอ่อน-ดำ (Camel-Black) ที่จัดวางคู่กันอย่างมีรสนิยม วัสดุเบาะหนังแท้ Semi-Aniline ที่มีผิวสัมผัสนุ่มนวลแต่ยังคงความทนทานและง่ายต่อการขจัดคราบสกปรก และหลังคากระจกพาโนรามาขนาดใหญ่ที่สุดในคลาส ให้เปิดรับโลกกว้างภายนอกได้อย่างเต็มที่ ก่อนเติมเต็มความประณีตสูงสุดด้วยแผงด้านหน้าที่ใช้เทคนิคการเดินด้ายแบบงานหัตถศิลป์ดั้งเดิมของญี่ปุ่น หรือ คิเมะโคมิ (Kimekomi) ในการฝังหนังสังเคราะห์คุณภาพสูงให้แนบลึกไปกับร่องพื้นผิว เพื่อสร้างมิติให้กับงานหุ้มและเผยความละเอียดอ่อนของการประกอบชิ้นงาน และแผงประตูที่ตกแต่งด้วยการเย็บแบบพิเศษในแนวโค้ง
(S-Curve Stitching) ซึ่งต้องอาศัยทักษะและความแม่นยำในการเย็บบนรูปทรงที่ซับซ้อน สะท้อนการให้ความสำคัญกับคุณภาพของงานฝีมือชั้นสูงในทุกรายละเอียด
ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร มาพร้อมหน้าจอระบบสัมผัสและหน้าจอแสดงผลการขับขี่แบบชิ้นเดียว (Monolithic Dual Display) ขนาด 14.3 นิ้ว ในรุ่น Super Exceed และขนาด 12.3 นิ้ว ในรุ่น GLS และ GSR รองรับการแสดงผล
คอนเทนต์และข้อมูลการทำงานของรถ พร้อมกราฟิกไดนามิก 16 รูปแบบที่ปรับเปลี่ยนตามช่วงเวลาของวันแบบเรียลไทม์ อีกทั้งดีไซน์มาตรวัด 3 ช่องจากรุ่นก่อนหน้ายังถูกนำมาพัฒนาใหม่เป็นหน้าจอมัลติมิเตอร์ (Multi Meter) ในแบบดิจิทัล แสดงผลข้อมูลต่าง ๆ ของตัวรถ อาทิ มุมการเคลื่อนไหวหรือการเอียงของตัวถังรถ (Pitch and Roll) องศาความเอียงของรถ ช่วยให้ตรวจสอบสภาวะการขับขี่ได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะเมื่อต้องขับผ่านพื้นที่ลาดชันหรือเส้นทางออฟโรด รวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางและสภาพเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็น ระดับความสูง
ทิศทางการเดินทาง และนาฬิกา
Dynamic Sound Yamaha Ultimate สุนทรียภาพแห่งเสียง รังสรรค์ขึ้นเพื่อทุกการเดินทาง
ระบบเสียง Dynamic Sound Yamaha Ultimate ของ ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ได้รับการพัฒนาร่วมกับยามาฮ่า
คอร์ปอเรชั่น โดยมาพร้อมลำโพง 12 ตำแหน่งที่ถ่ายทอดรายละเอียดเสียงได้อย่างเต็มอรรถรส ตั้งแต่เสียงร้องไปจนถึงเสียงเครื่องดนตรี พร้อมระบบชดเชยเสียง 3 รูปแบบที่สามารถปรับระดับความดังและย่านความถี่ได้ตามสถานการณ์ ได้แก่ ระบบชดเชยเสียงตามความเร็วรถ (Speed Compensated Volume) ระบบชดเชยเสียงเมื่อฝนตก (Rain Compensated Volume) และระบบชดเชยเสียงตามความแรงลมของระบบปรับอากาศ (Air-conditioner Compensated Volume) อีกทั้งยังเลือกปรับโหมดเสียงได้ 4 รูปแบบตามความชื่นชอบ และปรับตำแหน่งฟังได้ถึง 5 ตำแหน่ง ครอบคลุมทั้งห้องโดยสาร เพื่อความรื่นรมย์ตลอดเส้นทาง

ความมั่นใจในการขับขี่ (Confidence)

สมรรถนะเหนือชั้น รอบด้านทั้งออนโรดและออฟโรด
ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร แบบ 4 สูบแถวเรียง ดีเซล คอมมอนเรล ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ (DOHC) 16 วาล์ว พร้อมเทอร์โบแปรผันแบบช่วงกว้าง Wide Range Single-VGT ให้อัตราเร่งที่ตอบสนองไวและนุ่มนวล รวมถึงอินเตอร์คูลเลอร์แบบระบายความร้อนด้วยน้ำ และระบบหมุนเวียนไอเสียกลับมาเผาไหม้ใหม่แบบแรงดันต่ำที่ลดการใช้เชื้อเพลิงและมลพิษ โดยให้พละกำลังสูงสุด 204 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร มอบอัตราเร่งที่ฉับไวและการตอบสนองที่มั่นใจ ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ รุ่นใหม่ ให้การเปลี่ยนเกียร์ที่ราบรื่นอย่างต่อเนื่อง พร้อม Sport Mode และ Paddle Shift เพื่อเพิ่มอิสระในการควบคุมความคล่องตัว ให้ทุกการเร่งแซงและการขับขี่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
โครงสร้างแชสซีส์แบบแลดเดอร์เฟรม (Ladder Frame) ถูกพัฒนาใหม่ด้วยการเพิ่มสัดส่วนการใช้เหล็กกล้าความแข็งแรงสูง เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของโครงสร้างและการต้านทานต่อแรงบิดและแรงดัด ส่วนระบบกันสะเทือนด้านหน้าอิสระแบบปีกนกคู่พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง ทำงานร่วมกันกับระบบกันสะเทือนด้านหลังแบบ
5 ลิงค์ ทอร์คอาร์ม พร้อมเหล็กกันโคลง ให้การขับขี่ที่สะดวกสบาย นิ่มนวล และมั่นคง เสริมด้วยโช้คที่มีระยะยุบ-ยืดกว้าง ช่วยรักษาการสัมผัสพื้นถนนและเสถียรภาพของตัวรถ แม้ขณะขับขี่ผ่านภูมิประเทศที่ซับซ้อน โดยทั้งหมดนี้ไม่เพียงรองรับสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรด แต่ยังแสดงถึง “ความสะดวกสบายในทุกเส้นทางออฟโรด” (Off-Road Comfort) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนา เพื่อการเดินทางที่ให้ดุลยภาพทั้งสมรรถนะและความสะดวกสบาย
ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร มอบสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้นด้วยระบบ Super All Wheel Control (S-AWC)
เอกสิทธิ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ประสานการทำงานของระบบพื้นฐานในการควบคุมรถ ตั้งแต่การเร่งความเร็ว การเข้าโค้ง ไปจนถึงการชะลอรถ และการเบรก ซึ่งทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II (SS4-II) ที่เปิดโอกาสให้เลือกรูปแบบการขับเคลื่อนให้สอดรับกับสภาพถนนและลักษณะเส้นทาง
ที่แตกต่างกัน 4 รูปแบบ ได้แก่ 2H (ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง) 4H (ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบฟูลไทม์) 4HLc (ขับเคลื่อน
4 ล้อแบบพาร์ทไทม์) และ 4LLc (ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมล็อกเพลาขับหน้า-หลังและใช้อัตราทดเกียร์ต่ำ)
โดยระบบ Super-All Wheel Control (S-AWC) ยังรวมการทำงานของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เข้ากับระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control – AYC) ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว พร้อมระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (Active Stability and Traction Control – ASTC) และระบบป้องกันล้อ
ล็อกขณะเบรก (Anti-lock Braking System – ABS) ช่วยให้ขับขี่ได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจในหลากหลายสภาพอากาศและเส้นทาง
โหมดการขับขี่มีให้เลือกมากถึง 7 รูปแบบ ได้แก่ Normal, Eco, Gravel, Snow, Mud, Sand และ Rock ซึ่งปรับการตอบสนองของระบบขับเคลื่อนและระบบควบคุมต่าง ๆ ให้การควบคุมรถและการส่งกำลังเป็นไปอย่างเหมาะสม ตั้งแต่การขับขี่บนถนนทั่วไปไปจนถึงเส้นทางกรวด หิมะ โคลน ทราย และพื้นหิน ช่วยให้ผู้ขับขี่เลือกโหมดให้สอดคล้องกับสภาพเส้นทางได้อย่างสะดวกและมั่นใจในทุกสภาพพื้นผิวที่เผชิญ

ความสะดวกสบาย (Comfort)

ห้องโดยสารกว้างขวางที่สุดในคลาส สะดวกสบายระดับเฟิร์สคลาสในทุกที่นั่ง
ห้องโดยสารของ ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ให้พื้นที่กว้างขวางและโออ่าที่สุดในคลาส มอบความโปร่งสบายระดับ
เฟิร์สคลาสด้วยพื้นที่เหนือศีรษะ พื้นที่ช่วงไหล่ และพื้นที่วางขาที่ออกแบบมาอย่างคำนึงถึงความสะดวกสบายของผู้โดยสารทุกตำแหน่งที่นั่ง พร้อมใส่ใจในทุกรายละเอียดของการใช้งานด้วยเบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบดันหลังปรับไฟฟ้า ระบบเป่าลมเย็น และระบบจดจำตำแหน่งทั้งเบาะนั่งแถวหน้า พวงมาลัยไฟฟ้า และกระจกมองข้าง สำหรับเบาะนั่งแถวที่ 2 สามารถพับแยกแบบ 60:40 และสไลด์เลื่อนหน้า-หลังได้ถึง 150 มิลลิเมตร เพื่อปรับพื้นที่วางขาให้เหมาะกับความต้องการของผู้โดยสาร พร้อมฟังก์ชันพับเบาะไปด้านหน้า (Tumble) ที่ช่วยให้เข้า-ออกเบาะนั่งแถวที่ 3 ได้สะดวกยิ่งขึ้น ในขณะที่เบาะนั่งแถวที่ 3 สามารถรองรับสรีระในท่านั่งที่เป็นธรรมชาติ และสามารถพับแยกแบบ 50:50 เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่จัดเก็บสัมภาระได้อย่างยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในชีวิตประจำวันหรือทริประยะไกล

อีกขั้นของความสงบจากโลกภายใน พร้อมผจญภัยกับโลกภายนอก

ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร มอบบรรยากาศภายในห้องโดยสารให้เปี่ยมด้วยความสงบและความสบาย ด้วยกระจกกันเสียงรบกวน (Acoustic Glass) จำนวน 5 บานที่ติดตั้งบริเวณกระจกบังลมหน้า กระจกประตูคู่หน้า และกระจกประตูคู่หลัง พร้อมวัสดุซับเสียงรอบคัน ช่วยลดเสียงรบกวนจากแรงลมปะทะ เสียงจากพื้นถนน และเสียงเครื่องยนต์ ยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้เงียบสงบยิ่งขึ้น เพื่อให้ทุกบทสนทนาเป็นไปอย่างราบรื่น พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้ดื่มด่ำกับช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน ท่ามกลางบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเป็นส่วนตัวตลอดการเดินทาง

ครบครันด้านความปลอดภัย อุ่นใจตลอดเส้นทาง

ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของทุกคนในห้องโดยสาร ด้วยถุงลม 7 ตำแหน่ง และเทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Sense ครอบคลุม 360 องศา ที่ให้มาอย่างครบครันตั้งแต่รุ่น GLS และ GSR ถึง 13 ระบบ โดยรุ่น Super Exceed เพิ่มเติมด้วยระบบเบรกอัตโนมัติขณะถอยหลัง (Rear Cross Traffic Brake – RCTB) ระบบควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keep Assist – LKA) และระบบจดจำป้ายจราจร (Traffic Sign Recognition – TSR) รวม 16 ระบบ อีกทั้งยังมาพร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ MI-PILOT ซึ่งทำงานร่วมกับระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control – ACC) และระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keep Assist – LKA) ช่วยรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า พร้อมควบคุมตำแหน่งรถให้อยู่ใกล้แนวกึ่งกลางของช่องทางเดินรถ ช่วยลดภาระของผู้ขับขี่ระหว่างการเดินทาง โดยเฉพาะบนเส้นทางระยะไกล รวมถึงยังมีเทคโนโลยีเชื่อมต่ออัจฉริยะ MITSUBISHI CONNECT ที่เชื่อมโยงผู้ขับขี่เข้ากับตัวรถผ่านบริการอัจฉริยะหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่บริการช่วยเหลือฉุกเฉินและการขอความช่วยเหลือบนท้องถนน ไปจนถึงการตรวจสอบสถานะและควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ ของรถจากระยะไกล ช่วยให้การเข้าถึงข้อมูลและบริการที่จำเป็นเป็นไปอย่างสะดวกสบายไร้กังวล
ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร มาพร้อม “AMBASSADOR PROGRAM PACKAGE” ที่มอบราคาจำหน่ายและสิทธิพิเศษ สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2569 โดยวางจำหน่ายทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ได้แก่

รุ่น GLS 2WD ราคาจำหน่ายพิเศษเริ่มต้น 1,499,000 บาท

มีสีภายนอกให้เลือก 3 สี
  • สีเทา (Graphite Gray)
  • สีเงิน (Blade Silver)
  • สีขาวมุก (White Diamond) (เพิ่ม 20,000 บาท)

รุ่น GSR 2WD ราคาจำหน่ายพิเศษเริ่มต้น 1,699,000 บาท

มีสีภายนอกให้เลือก 3 สี
  • สีเทา (Graphite Gray)
  • สีขาวมุก (White Diamond) (เพิ่ม 20,000 บาท)
  • สีแฟนทอม บลู (Phantom Blue) (เพิ่ม 20,000 บาท)

รุ่น Super Exceed 4WD ราคาจำหน่ายพิเศษเริ่มต้น 1,999,000 บาท

มีสีภายนอกให้เลือก 5 สี
  • สีเทาหลังคาดำ (Graphite Gray with Black Roof)
  • สีดำมุก (Black Diamond) (เพิ่ม 20,000 บาท)
  • สีขาวมุกหลังคาดำ (White Diamond with Black Roof) (เพิ่ม 20,000 บาท)
  • สีแฟนทอม บลู หลังคาดำ (Phantom Blue with Black Roof) (เพิ่ม 20,000 บาท)
  • สีอาร์เมอร์ คอปเปอร์ หลังคาดำ (Armour Copper with Black Roof) (เพิ่ม 20,000 บาท)
สำหรับสิทธิพิเศษภายใต้ “AMBASSADOR PROGRAM PACKAGE” ให้ความคุ้มค่าเหนือระดับ ด้วยอัตราดอกเบี้ย 1.99% ประกันภัยชั้น 1 พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 1 ปี รวมถึงแพ็กเกจบำรุงรักษา และฟรีค่าแรงเช็กระยะ นาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) พร้อมการรับประกันคุณภาพรถยนต์ นาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) โดยลูกค้าครอบครัวมิตซูบิชิ รับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท (รับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน M-Drive)
พิเศษยิ่งขึ้นสำหรับลูกค้า 2,000 ท่านแรก รับ “Pajero Exclusive Box” ของสมนาคุณสุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส
สัมผัสความเป็นที่สุดแห่งยนตรกรรมมิตซูบิชิ มอเตอร์ส “ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร” พร้อมร่วมกิจกรรมพิเศษระหว่างวันที่ 24-25 ตุลาคม 2569 ได้ที่โชว์รูมมิตซูบิชิ มอเตอร์ส กว่า 170 แห่งทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
และนัดหมายทดลองขับรถยนต์มิตซูบิชิได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือมิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ โทร.
02-079-9500 ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ที่ www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH
ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ที่
Instagram:@MitsubishiMotorsTh
Youtube Channel:Mitsubishi Motors Thailand
Line Official Account/ ID:Mitsubishi Motors Th / @MitsubishiMotorsTh