โตโยโตโยต้า เปิดตัว RAV4 ใหม่ เผยต้นแบบก่อนขายจริงในญี่ปุ่นก่อนสิ้นปี ลุ้นขายไทยปีหน้า

โตโยต้า เปิดตัว RAV4 ใหม่ เผยต้นแบบก่อนขายจริงในญี่ปุ่นก่อนสิ้นปี ลุ้นขายไทยปีหน้า

 

RAV4 เริ่มต้นขึ้นในปี 1994 เมื่อรถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) ถูกวางตำแหน่งให้เป็นรถออฟโรด RAV4 เป็นผู้บุกเบิกรถครอสโอเวอร์ SUV สำหรับการขับทั้งบนถนนและออฟโรด นับแต่นั้นมา RAV4 ก็ได้พัฒนาจนกลายเป็นรถยนต์ที่ผู้คนทั่วโลกชื่นชอบ ตลอดระยะเวลาห้าเจเนอเรชันที่ผ่านมา RAV4 ยังคงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปของยุคสมัย

จากนั้น RAV4 เจเนอเรชั่นที่ 5 เปิดตัวในปี 2019 ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ในฐานะต้นแบบสำหรับไลฟ์สไตล์แบบใหม่ พัฒนาภายใต้แนวคิด ” รถยนต์ที่แข็งแกร่ง แม่นยำพร้อมระบบขับเคลื่อน4ล้อ” ผสมผสานพลังและประโยชน์ใช้สอยของรถ SUV มาพร้อมแพลตฟอร์ม Toyota New Global Architecture (TNGA)

ล่าสุดกับการเปลี่ยนแปลงกับนิยามใหม่ “ชีวิตคือการผจญภัย” RAV4 เจเนอเรชั่นที่ 6 ซึ่งได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติมจากเจเนอเรชั่นที่ 5 ได้รับการพัฒนาขึ้นด้วยระบบไฮบริดที่พัฒนาขึ้นใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ที่โดเด่นขึ้น

กุญแจสำคัญในการพัฒนาระบบอัจฉริยะของยานยนต์คือ Arene ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการพัฒนาซอฟต์แวร์ตัวแรกของโตโยต้า ด้วยการใช้ Arene โตโยต้ามุ่งมั่นที่จะยกระดับความปลอดภัยและความอุ่นใจ รวมถึงยกระดับประสบการณ์การเดินทาง เพื่อให้ RAV4 ใหม่ลงตัวกับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตในเมืองหรือการผจญภัยกลางแจ้ง

มีให้เลือกทั้งรุ่น PHEV และ HEV

RAV4 ใหม่มีให้เลือกทั้งรุ่น PHEV และ HEV โดยรุ่น PHEV จะมาพร้อมระบบ Plug-in Hybrid ที่พัฒนาขึ้นใหม่ ซึ่งผสานแบตเตอรี่ขับเคลื่อนความจุสูงและเครื่องชาร์จเอาต์พุตสูงที่เข้ากันได้กับระบบไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 6 รุ่นล่าสุดของโตโยต้า นับเป็นการใช้ระบบนี้เป็นครั้งแรก

ระบบพีเอชอีวี PHEV

ระยะการเดินทางสำหรับระบบ EV ได้ไกลขึ้น เนื่องจากการเพิ่มความจุของแบตเตอรี่ ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่
นอกจากนี้เพลาหน้าที่เคลือบด้วยซิลิคอนคาร์ไบด์เพื่อเพิ่มความทนทานลดความฝืดในการส่งกำลัง นอกจากการประหยัดเชื้อเพลิงที่ดีขึ้นจากการลดการสูญเสียกำลังแล้ว ระบบ BEV ที่ว่ายังสามารถไว้ได้ไกลสูงสุด 150 กม. โดยเพิ่มขึ้นจากเดิมวิ่งได้เพียง 95 กม. ด้วยแบตเตอรี่ความจุที่สูงขึ้น
ในส่วนของสมรรถนะการขับขี่ออฟโรดอันเป็นเอกลักษณ์ของ RAV4 มีการผสมผสานระหว่างระบบเบรกไฮบริดและระบบเบรกอิเล็กทรอนิกส์รุ่นล่าสุด ที่เข้ามาช่วยควบคุมเรื่องของประสิทธิภาพในการส่งถ่ายกำลังลงล้อที่ขับเคลื่อน
ด้วยกำลังเครื่องยนต์ที่สูงขึ้น 12% RAV4 ใหม่จึงมอบสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดอันโดดเด่น เพื่อการขับขี่ที่เร้าใจยิ่งขึ้น
ปรับปรุงประสิทธิภาพในการเป็นแหล่งจ่ายไฟ
RAV4 ใหม่ มอบความสะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยระบบ Vehicle-to-Home (V2H ) ที่รองรับการจ่ายไฟฟ้าในสถานการณ์การอยู่อาศัยที่หลากหลาย
พร้อมระบบชาร์จเร็ว DC ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ถึง 80% ในเวลาเพียง 30 นาที

ระบบเอชอีวี HEV

กำลังเครื่องยนต์ที่เพิ่มขึ้นด้วยการปรับปรุงชุดขับเคลื่อน ชุดควบคุมกำลัง แบตเตอรี่ และส่วนประกอบอื่นๆ
นอกจากอัตราเร่งที่ราบรื่นแล้ว RAV4 ใหม่ยังมอบความคล่องตัวในการออกตัวและการตอบสนองของกำลังขับเคลื่อนโดยตรง

การออกแบบภายนอก

ดีไซน์ของ RAV4 ใหม่ ยึดหลักการออกแบบ 3 ประการ ได้แก่ (1) “Big Foot” (เน้นยางขนาดใหญ่) (2) “Lift-up” (ยกสูง) (ย้ำถึงสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดอันยอดเยี่ยม) และ (3) “Utility” (พื้นที่เก็บสัมภาระที่ใช้งานง่าย) องค์ประกอบทั้ง 3 ประการนี้สะท้อนถึงเอกลักษณ์ “RAV4” ของรถยนต์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนไปได้ทุกที่

การออกแบบภายใน

การออกแบบภายในที่เน้นฟังก์ชันการใช้งานแบบ SUV สร้างพื้นที่เพื่อความสะดวกในการใช้งานและประสบการณ์ความบันเทิง ทัศนวิสัยที่โดดเด่นและการขับขี่ที่ง่ายดายทำได้โดยการลดพื้นผิวด้านบนของแผงหน้าปัดลงประมาณ 40 มม.

อุปกรณ์ดิจิทัลที่พัฒนาและจัดวางอย่างเหมาะสมพร้อมการเชื่อมต่อที่ครอบคลุมสำหรับสมาร์ทโฟน รวมถึงเพิ่มความสะดวกในการใช้งานด้วยพื้นที่จัดเก็บและฟังก์ชันอื่นๆ ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัยและเรียบง่าย

แนวคิด Island architecture คือการออกแบบที่ฟังก์ชันต่างๆ เช่น การแสดงผลและการเปลี่ยนเกียร์ ถูกจัดกลุ่มเข้าด้วยกันและจัดเรียงให้อยู่ในพื้นที่เดียวกัน

นอกจากแผงหน้าปัดแนวนอนที่ช่วยให้รักษาสมดุลได้ง่ายตามรูปแบบของรถ SUV แล้ว ยังช่วยให้การใช้งานที่สะดวกขึ้นด้วยการจัดวางระบบนำทาง มาตรวัด และองค์ประกอบอื่นๆ ในลักษณะที่ลดการเคลื่อนไหวของดวงตา และด้วยการจัดวางตำแหน่งปุ่มต่างๆ ให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น

 

คอนโซล
ดีไซน์ของคอนโซลช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานด้วยการจัดวางแท่นชาร์จสมาร์ทโฟนและพอร์ต USB อย่างลงตัว มาพร้อมกล่องคอนโซลกลางแบบกลับด้านได้ ซึ่งปกติใช้เป็นที่วางแขนได้ แต่เมื่อพลิกกลับด้านกลับด้านแล้ว ก็สามารถใช้เป็นถาดวางสิ่งของได้
แผงเปลี่ยนเกียร์
แผงเปลี่ยนเกียร์ประกอบด้วยคันเกียร์ เบรกมือไฟฟ้า (EPB) และสวิตช์ออโต้โฮลเบรก ช่วยลดการใช้งานและไม่ต้องละสายตาขณะขับขี่ ดีไซน์ที่เรียบง่ายและสะอาดตา ผสานกับเทคโนโลยี Shift-by-Wire เพิ่มความหรูหราด้วยสีเปียโนแบล็ค
สัมภาระ
แม้ขนาดตัวรถจะยังคงเท่าเดิม แต่ความจุของห้องเก็บสัมภาระได้รับการขยายจากเดิม 733 ลิตร เป็น 749 ลิตร การปรับปรุงพนักพิงเบาะหลังให้แบนราบยิ่งขึ้นเมื่อพับลง ช่วยให้จัดเก็บสิ่งของขนาดใหญ่ได้ง่ายขึ้น

3 รุ่น 3 สไตล์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย

RAV4 CORE: โดดเด่นด้วยดีไซน์อันประณีตที่เข้ากับสภาพแวดล้อมในเมือง

แสดงออกถึงความทนทานผ่านการออกแบบด้านหน้าแบบ Hummer Head มีมุมมองทีีทรงพลังและแข็งแกร่ง
กระจังหน้าออกแบบลักษณะ 3 มิติ สื่อถึงเทคโนโลยีขั้นสูงและความแข็งแกร่งผสานกัน
RAV4 ADVENTURE: เน้นความดุดันที่สำหรับผู้ที่ชื่นชอบในการผจญภัย

รูปลักษณ์แสดงออกถึงความแข็งแกร่งแบบ SUV ผ่านดอกยางที่กว้างขึ้น ขอบซุ้มล้อที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ และกระจังหน้าขนาดใหญ่และค่อนข้างสูงโดดเด่นแม้จะมีรูปลักษณ์เรียบง่าย
เน้นความรู้สึกออฟโรดด้วยการยก Hummer Headให้สูงขึ้น
RAV4 GR SPORT: แสดงออกถึงฟังก์ชันการใช้งานควบคู่ไปกับความสนุกสนานในการขับขี่ของรุ่นนี้

ตัว GR SPORT จะผสานความรู้ความเชี่ยวชาญจากกีฬามอเตอร์สปอร์ต สร้างสรรค์ดีไซน์ที่เน้นความสวยงามที่ใช้งานได้จริง พร้อมระบบช่วงล่างที่ปรับแต่งให้มีระสิทธิภาพสูงและตัวถังที่แข็งแกร่ง ผลลัพธ์ที่ได้คือรถสปอร์ตที่ขับขี่ได้อย่างมั่นใจบนถนนหลากหลายรูปแบบ ทั้งในเมือง ทางหลวง และถนนชนบทที่คดเคี้ยว พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานอย่างแท้จริง

นำเอาฟังก์ชัน MATRIX Grille ที่ได้รับการพัฒนามาใช้ ในการออกแบบด้านหน้า
ออกบบสปอยเลอร์หน้าและหลัง ร่วมกับการออกแบบล้อที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์และความเสถียรในการควบคุมรถ
เสถียรภาพในการควบคุมรถและการยึดเกาะถนนที่ยอดเยี่ยมโดยใช้ขนาดยางที่กว้างขึ้น (+20 มม.) พร้อมระบบช่วงล่างที่ปรับแต่งเป็นพิเศษและพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า (EPS) และล้ออลูมิเนียมน้ำหนักเบา เป็นต้น
ใช้แพลตฟอร์มพัฒนาซอฟต์แวร์ Arene
RAV4 ใหม่นี้ใช้แพลตฟอร์มพัฒนาซอฟต์แวร์ Arene ซึ่งพัฒนาโดย Woven by Toyota, Inc. เป็นครั้งแรก การนำเอา Arene มาใช้นี้ โตโยต้ามีจุดประสงค์สำหรับเร่งพัฒนายานยนต์ที่ควบคุมด้วยซอฟต์แวร์ (SDV) ให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างเต็มกำลัง

โดยวิสัยทัศน์ของโตโยต้าไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความบันเทิงและความสะดวกสบายเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงเรื่องระบบความปลอดภัยที่มอบความอุ่นใจและอุบัติเหตุทางถนนเป็นศูนย์ดวย

ระบบมัลติมีเดียรุ่นใหม่ที่โตโยต้านำมาใช้ครั้งแรก

ระบบมัลติมีเดียรุ่นใหม่ที่โตโยต้านำมาใช้ครั้งแรกมาพร้อมหน้าจอหลักที่ปรับแต่งได้เพื่อการใช้งานที่ดีขึ้นและเหมาะกับแต่ละบุคคล นอกจากนี้ยังมีระบบจดจำเสียงที่เร็วขึ้นและแม่นยำยิ่งขึ้นเพื่อการโต้ตอบที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น

แพ็กเกจ Toyota Safety Sense ล่าสุด

ระบบ Toyota Safety Sense นำเสนอฟังก์ชันขั้นสูงพร้อมการปรับปรุงและเพิ่มเติมเพื่อให้ขับขี่ได้อย่างเพลิดเพลินและอุ่นใจยิ่งขึ้น

 

ฟังก์ชั่นที่ได้รับการปรับปรุง (ตัวอย่าง)

ระบบหยุดรถฉุกเฉิน (EDSS)
ในกรณีที่ผู้ขับขี่ไม่สามารถควบคุมรถได้เนื่องจากเจ็บป่วยกะทันหันหรือด้วยเหตุผลอื่นในขณะขับรถ ระบบจะชะลอความเร็วและหยุดรถโดยอัตโนมัติ
โดยการใช้ข้อมูลเซ็นเซอร์เพื่อระบุจุดปลอดภัยบนไหล่ทางที่จะจอดข้างทาง ระบบได้รับการปรับปรุงให้ชะลอความเร็วและนำทางรถไปยังบริเวณปลอดภัย
ฟังก์ชั่นเพิ่มเติม (ตัวอย่าง)

การระงับการเร่งความเร็วอย่างกะทันหัน
ระบบระงับการเร่งความเร็วกะทันหันจะยับยั้งการเร่งความเร็วเมื่อตรวจพบการเร่งความเร็วที่มากเกินไปหรือโดยไม่ได้ตั้งใจ ไม่ว่าจะมีสิ่งกีดขวางหรือไม่ก็ตาม
ก่อนหน้านี้มีการเสนอเป็นตัวเลือกของตัวแทนจำหน่าย การสนับสนุนแบบ Plus ได้รับการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพเป็นมาตรฐานรวมอยู่ใน Toyota Safety Sense
ในอนาคตโตโยต้าจะไม่เพียงแต่ปรับปรุงประสิทธิภาพการพัฒนาด้วย Arene เท่านั้น แต่ยังเร่งพัฒนาเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยและความอุ่นใจผ่านการอัปเดตซอฟต์แวร์อีกด้วย

อย่างไรก็ตามรายละเอียดทั้งหมดนี้ยังเป็นเพียงแนวคิดรถยนต์ต้นแบบ ซึ่งบางอย่างอาจต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปตามความเป็นจริง ข้อจำกัดการใช้งานรมถึงต้นทุนที่มีส่วนสำคัญในการกำหนดราคาคตัว แน่นอนว่าปลายปีนี้ในงาน โตเกียวมอเตอร์โชว์ อาจจะมีการเผยโฉมรถคันจริงให้ได้เห็น ส่วนเรื่องจะเข้ามาจำหน่ายในบ้านเราหรือไม่นั้นเป็นเรื่องของอนาคตที่ต้งรอติดตามกันต่อไป