เอ็มจี เผย 5 จุดเด่นของ MG IM5  พร้อมให้คนไทยได้เป็นเจ้าของ

เอ็มจี เผย 5 จุดเด่นของ MG IM5 

พร้อมให้คนไทยได้เป็นเจ้าของ

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เผย 5 จุดเด่นของ MG IM5 “The First Premium Intelligent e-SEDAN” ที่เตรียมเข้ามายกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เป็นเจ้าของด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ มาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง เทคโนโลยีการควบคุมรถอัจฉริยะ ดีไซน์สปอร์ตที่โดดเด่น คุณสมบัติการเป็นรถยนต์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง รวมถึงความมั่นใจในการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาว พร้อมชวนสัมผัสและทดลองขับ MG IM5 คันจริงในงานมอเตอร์โชว์ 2026
สำหรับ MG IM5 “The First Premium Intelligent e-SEDAN” มีเป้าหมายในการพัฒนาเพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้รถยนต์ไฟฟ้าในทุกมิติ โดย เอ็มจี ได้ถ่ายทอดความเหนือระดับของยนตรกรรมคันนี้ผ่าน 5 ไฮไลท์สำคัญของ MG IM5 ที่รวบรวมจุดเด่นทั้งด้านดีไซน์ สมรรถนะ เทคโนโลยี และมาตรฐานความปลอดภัยไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
  1. Safety is IM’s First Priority มั่นใจทุกการเดินทางด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก
หัวใจสำคัญของ เอ็มจี ที่ถ่ายทอดสู่ MG IM5 คือการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้ครอบคลุมในทุกองค์ประกอบของรถ ตั้งแต่โครงสร้างตัวถัง ระบบแบตเตอรี่ ไปจนถึงแชสซีและระบบควบคุมการเคลื่อนไหวของรถ หรือ Motion Control Safety ที่พัฒนาเพื่อเสริมการปกป้องผู้โดยสารในทุกสถานการณ์ พร้อมทำงานร่วมกับเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะ ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้อย่างมั่นใจ โดยรถยนต์ เอ็มจี ยังได้รับการยอมรับด้านมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล ด้วยการได้รับการรับรองระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP ที่สำคัญ แบตเตอรี่ยังผ่านการทดสอบ Needle Puncture Test จากศูนย์ทดสอบยานยนต์แห่งชาติของจีน และได้รับการรับรอง 5 ดาว จาก China Electric Vehicle Fire Safety Index อย่างครบครันทั้งระบบแจ้งเตือนความปลอดภัย ระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน การป้องกันไฟไหม้ และการเชื่อมโยงข้อมูล พร้อมโครงสร้างป้องกันหลายชั้น ระบบระบายความร้อนประสิทธิภาพสูงลดอุณหภูมิ 15 องศาเซลเซียส ภายใน 30 วินาที และระบบ AI ที่ตรวจสอบการทำงานของแบตเตอรี่ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างความมั่นใจและความอุ่นใจให้ผู้ใช้งานในทุกการเดินทาง
         2. Intelligent 4-Wheel Steering System พร้อมระบบ One Touch iAD พลิกนิยามการควบคุมรถให้เหนือชั้น
MG IM5 มาพร้อมระบบบังคับเลี้ยว 4 ล้ออัจฉริยะ (Intelligent 4-Wheel Steering) ที่ช่วยให้การควบคุมรถคล่องตัวและแม่นยำยิ่งขึ้น ลดรัศมีวงเลี้ยวเหลือ เพียง 4.99 เมตร ทำให้การกลับรถในที่แคบหรือการขับในพื้นที่จำกัดเป็นเรื่องง่าย พร้อมเพิ่มเสถียรภาพในการเปลี่ยนเลนที่ความเร็วสูง ผสานการทำงานกับ เทคโนโลยี One Touch iAD ที่ช่วยให้การจอดรถและควบคุมการเคลื่อนตัวของรถเป็นเรื่องง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นการจอดข้างทาง เข้าช่องจอด หรือถอยออกจากพื้นที่แคบ ระบบสามารถคำนวณและควบคุมการเคลื่อนรถได้อย่างแม่นยำ ช่วยคลี่คลายปัญหาที่จอดยากในชีวิตประจำวัน ให้ทุกสถานการณ์การจอดเป็นเรื่องง่าย สะดวก และมั่นใจยิ่งขึ้นสำหรับผู้ขับขี่
          3. Stunning Design ในรูปแบบ “Premium Intelligent e-SEDAN” ที่สะกดทุกสายตาในทุกมุมมอง
การดีไซน์ของ MG IM5 ถ่ายทอดความหรูหราที่ผสานพลังแห่งความสปอร์ตได้อย่างประณีต ในรูปแบบ Sport Coupe Sedan ที่โดดเด่นด้วยเส้นสายโค้งมนลื่นไหล สร้างภาพลักษณ์ที่พลิ้วไหวแต่แฝงด้วยความทรงพลัง สะท้อนเอกลักษณ์ รสนิยม และความมั่นใจของผู้ขับขี่ได้อย่างชัดเจน โดยมาพร้อมตัวถังที่มีความยาวถึง 4,931 มิลลิเมตร ซึ่งช่วยเสริมภาพลักษณ์ความสง่างามและความพรีเมียมให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ทุกองค์ประกอบของตัวรถได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อสร้างความโดดเด่นในทุกมุมมอง ตั้งแต่ดีไซน์ไฟหน้าที่เสริมบุคลิกความทันสมัย ไปจนถึงไฟท้ายแบบ Skyline Taillights ที่พาดยาวตลอดแนวท้ายรถ เพิ่มมิติแห่งความล้ำสมัยและเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมเส้นสายตัวถังที่ลงตัวช่วยขับเน้นภาพลักษณ์ความพรีเมียม ทำให้ MG IM5 มีความสง่างาม และพร้อมสะกดทุกสายตาตั้งแต่แรกเห็น
          4. สถาปัตยกรรม 800V มาพร้อมแบตเตอรี่ CATL ประสิทธิภาพสูง สามารถรับกระแสไฟสูงสุด 396 kW พร้อมมอบระยะทางการขับขี่ไกลกว่า 860 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
MG IM5 ถูกพัฒนาขึ้นบนสถาปัตยกรรมไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง 800V SiC Platform ที่ออกแบบโดย SAIC MOTOR CORPORATION เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าให้สะดวกและมั่นใจยิ่งขึ้น  ด้วยการรองรับการชาร์จพลังงานความเร็วสูง ช่วยลดระยะเวลาการรอคอย ใช้เวลาการชาร์จเพียง 15 นาที  ก็สามารถเดินทางต่อได้ไกลมากกว่า 600 กิโลเมตร มาพร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion ความจุ 100 kWh จาก CATL รองรับแรงดันไฟฟ้าสูงสุด 875 โวลต์ แผ่นปิดแบตเตอรี่ ทนความร้อนได้ถึง 1,000 องศาเซลเซียส และสารเคลือบบนเซลแบตเตอรี่ สามารถทนความร้อนได้ถึง 2,000 องศาเซลเซียส สร้างความอุ่นใจในการขับขี่และเพิ่มอิสระในการเดินทางตลอดระยะทางสูงสุดถึง 860 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC) ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือการเดินทางระยะไกล ลดความกังวลเรื่องการชาร์จระหว่างทาง ทำให้การใช้รถยนต์ไฟฟ้าเป็นเรื่องง่าย และสบายใจยิ่งขึ้นในทุกเส้นทาง
           5. EV LIFETIME WARRANTY ความมั่นใจที่ดูแลตลอดการใช้งาน ของ เอ็มจี 
เอ็มจี ในฐานะผู้บุกเบิกและเป็นแบรนด์แรก ที่มอบการรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน หรือ EV LIFETIME WARRANTY แบบไม่ต้องซื้อเพิ่ม สะท้อนถึงความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมในคุณภาพ มาตรฐานการพัฒนา และความทนทานของเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมของ MG IM5 พร้อมมุ่งดูแลผู้ใช้งานในระยะยาว เพื่อให้ทุกการเป็นเจ้าของเต็มไปด้วยความมั่นใจในทุกเส้นทาง
ด้วยการผสาน ดีไซน์อันโดดเด่น สมรรถนะไฟฟ้าทรงพลัง และเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับไฮเอนด์ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว MG IM5 “The First Premium Intelligent e-SEDAN” ถ่ายทอดความประทับใจที่สะท้อนจุดเด่นของยนตรกรรมรุ่นนี้ได้อย่างครบถ้วน ไม่เพียงเป็นรถยนต์ไฟฟ้า แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของผู้ขับขี่ยุคใหม่ที่กล้ากำหนดเส้นทางของตนเองที่พร้อมก้าวสู่อนาคตแห่งการเดินทาง เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ “มากกว่า” ในทุกมิติ ทั้งด้านดีไซน์ สมรรถนะ เทคโนโลยี และการใช้งาน ตอกย้ำภาพลักษณ์ของยนตรกรรมไฟฟ้าระดับพรีเมียมเพื่อคนรุ่นใหม่
เตรียมพบกับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมข้อเสนอพิเศษได้ที่ บูธ เอ็มจี หมายเลข A08 ภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 หรือ โชว์รูม เอ็มจี ทั้ง 125 แห่งทั่วประเทศ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่
Line: @MGThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand
Hashtag #MGThailand #MGCarsTH #PassionDrives #EVPIONEER #MGIM5 #TheFirstPremium IntelligenteSedan

ข้อมูลผลิตภัณฑ์

MG IM5 ยนตรกรรมไฟฟ้าระดับพรีเมียมที่เข้ามาเติมเต็มกลุ่มผลิตภัณฑ์อีวีพรีเมียมของ เอ็มจี อย่างสมบูรณ์แบบ กับประสบการณ์ครั้งใหม่ที่มอบทั้งความมั่นใจ ความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และความครบครัน ตอกย้ำการเป็นยนตรกรรมสำหรับคนยุคใหม่ที่ประสบความสำเร็จตามแบบฉบับของตนเองได้ไวและไม่ตามใคร
ดีไซน์ภายนอกเรียบหรู ผสานพลังสปอร์ตพรีเมียม สะท้อนเอกลักษณ์อย่างชัดเจน
  • ขนาดตัวถัง 4,931 x 1,960 x 1,474 มม. (ยาว x กว้าง x สูง)
  • ระยะความยาวฐานล้อ 2,950 มิลลิเมตร
  • กระจกข้างแบบไร้กรอบ พร้อมกระจกรอบคันแบบ Acoustic Glass 2 ชั้น
  • ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่เวลากลางวัน (Daytime Running Lights)
  • ไฟหน้า ไฟท้าย และ ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED
  • ระบบควบคุมการ เปิด-ปิด ไฟหน้าอัตโนมัติ
  • กระจกมองข้างพับ และปรับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว พร้อมระบบบันทึก และปรับองศาอัตโนมัติเมื่อถอยรถ
  • ระบบไล่ฝ้ากระจกหลัง
  • หลังคากระจกพาโนรามิกกันความร้อน
  • ที่เปิดประตูแบบเก็บซ่อนในตัวรถ (Hidden Door Handle)
  • ล้ออัลลอย ขนาด 20 นิ้ว
ภายในที่รังสรรค์อย่างประณีต เติมเต็มความสะดวกสบาย ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ในทุกการเดินทาง
  • ดีไซน์คอนโซลหน้าด้วยวัสดุ Soft Touch พร้อมที่วางแก้ว และรองรับการชาร์จแบบไร้สายกำลังไฟสูงสุด 50 วัตต์ (Wireless Charger)
  • ที่พักแขนตอนกลาง พร้อมกล่อง cooling box
  • ดีไซน์พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน หุ้มหนังปรับ 4 ทิศทาง ควบคุมเครื่องเสียงพร้อมปุ่มรับ-วางโทรศัพท์
  • เบาะนั่ง POPO Sofa ทรงขนมปัง
  • เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 12 ทิศทาง พร้อม Lumbar Support และเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า              6 ทิศทาง โดยเบาะคู่หน้าเป็นแบบระบายความร้อน
  • เบาะนั่งด้านหลังพนักพิง พับได้ 60:40
  • หน้าจออัจฉริยะระบบสัมผัส Intelligent Immersive Touch Screens จำนวน 2 จอขนาดใหญ่ ประกอบด้วย หน้าจอแสดงผลอัจฉริยะแบบดิจิทัลขนาด 26.3 นิ้ว และหน้าจอกลางแบบสัมผัสขนาด 10.5 นิ้ว สำหรับควบคุมส่วนต่าง ๆ ภายในรถ
  • ระบบเสียง 7.1.4 Spatial Audio ลำโพงรอบทิศทาง 20 จุด ประกอบด้วย ลำโพงรอบทิศทาง 16 จุด
  • และลำโพงบริเวณหลังคา 4 จุด พร้อมเทคโนโลยี Road Noise Cancellation (RNC) ช่วยลดเสียงรบกวน       ต่าง ๆ
  • ระบบสั่งการอัจฉริยะ IM OS
  • Interactive Ambient Light 256 เฉดสี
  • กระจกไฟฟ้า One Touch Up-Down
  • กระจกที่นั่งด้านหลังแบบ Privacy Glass
  • ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกโซนอิสระ
  • ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
  • พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้ารถ จุได้มากถึง 18 ลิตร
  • พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายรถ จุได้มากถึง 457 ลิตร และเมื่อพับเบาะสามารถจุได้มากถึง 1,290 ลิตร
  • ฝาท้ายไฟฟ้าพร้อมระบบเตะเปิดอัตโนมัติ
  • ระบบเชื่อมต่อมัลติมีเดีย Apple CarPlay และสมาร์ทโฟนระบบ Android แบบไร้สาย
  • ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธ พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB TYPE C จำนวน 3 จุด
  • ระบบกุญแจอัจฉริยะ Keyless Entry พร้อมการ์ด NFC สำหรับแปะเพื่อล้อคและปลดล็อคตัวรถ
  • เพิ่มเติมความพิเศษด้วย IM MAG HUB อุปกรณ์เสริมติดแม่เหล็กภายในตัวรถ เพื่อใช้ติดตั้งแอคเซสเซอรี่ต่าง ๆ อาทิ โคมไฟ กระจกแต่งหน้า ไฟอ่านหนังสือ ฯลฯ ซึ่งเป็นผลงานการสร้างสรรค์เฉพาะจาก SAIC เพื่อครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์การใช้งานรถอย่างแท้จริง
ขับเคลื่อนอย่างเหนือระดับ ด้วยสมรรถนะที่มีประสิทธิภาพและควบคุมได้อย่างมั่นใจ
  • MG IM5 รังสรรค์บนแชสซีดิจิทัลอัจฉริยะใหม่ (IM Digital Chassis) ยึดเกาะถนนและตอบสนองการควบคุมรวดเร็ว ซับแรงสั่นสะเทือน นุ่มนวล และลดเสียงรบกวน มอบความสมดุลและประสิทธิภาพในการขับขี่ได้อย่างยอดเยี่ยม
  • มาพร้อมกับชิปประมวลผลระดับไฮเอนด์ สำหรับระบบช่วยเหลือการขับขั้นสูง
  • ขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor ในรุ่น Premium LONG RANGE มอเตอร์เดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง ให้พละกำลังสูงสุด 407 แรงม้า (300 กิโลวัตต์) และแรงบิดสูงสุด 500          นิวตันเมตร
  • ระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) 2 ระดับ
  • รัศมีวงเลี้ยว 4.99 เมตร
  • ดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมช่องระบายความร้อน
  • ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ Double Wishbone และด้านหลังแบบอิสระมัลติลิงค์
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพของรถยนต์
  • ระบบเลี้ยว 4 ล้ออัจฉริยะ (Intelligent Four-Wheel Steering System)
  • ถอยจอดและขับออกอย่างสะดวกสบายด้วยปลายนิ้วสัมผัสกับระบบ One Touch iAD
  • ระบบช่วยในการถอยจอดข้างทางด้วยระบบเลี้ยว 4 ล้อ พร้อมปรับระยะห่างจากขอบทางตามที่กำหนดโดยอัตโนมัติ (One Touch Curbside)
  • ระบบถอยจอดเข้าช่องจอดอัตโนมัติ (One Touch Park)
  • ระบบนำรถออกจากช่องจอดรถและพื้นที่แคบอัตโนมัติ (One Touch Pull Out)
  • ระบบการถอยหลังอัตโนมัติเมื่อขับเจอซอยตัน โดยได้ระยะทางไกลสูงสุดถึง 100 เมตร (One Touch Reverse)
  • ฟังก์ชัน Crab Mode เพื่อปรับมุมทั้ง 4 ล้อ ในมุมเดียวกัน เพื่อทำการเคลื่อนรถออกจากพื้นที่จำกัดได้ง่ายยิ่งขึ้น
  • ระบบการขับขี่ 5 โหมด ได้แก่ Eco / Comfort / Sport / Custom และ Super Eco ซึ่งจะดึงไฟสำรองจากแบตเตอรี่มาใช้อีก 80 กิโลเมตร สำหรับในยามฉุกเฉิน
อุ่นใจในทุกเส้นทาง ด้วยระบบความปลอดภัยอัจฉริยะที่ทำงานอย่างแม่นยำในทุกสถานการณ์
  • MG IM5 มาพร้อมระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัย มอบความมั่นใจในทุกการขับขี่ด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป ADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM ซึ่งรวมระบบ ADVANCED DRIVER ASSISTANCE SYSTEM (ADAS) หรือระบบอำนวยความสะดวกช่วยควบคุมการขับขี่ และลดความเสี่ยง
  • ในการเกิดอุบัติเหตุ ผ่านการประเมินความปลอดภัยในระดับสูงจาก CIASI (China Insurance Automotive Safety Index) และได้รับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจากทั้ง China NCAP และ Euro NCAP ตอกย้ำ
  • ความเชื่อมั่นในคุณภาพโครงสร้างและระบบความปลอดภัยระดับสากล
  • ระบบอัจฉริยะแสดงผลในที่มืดและฝนตก (Intelligent Rainy Night Mode)
  • ระบบบันทึกภาพหน้ารถ
  • ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB (Electronic Parking Brake)
  • ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง AVH (Auto Vehicle Hold)
  • ระบบป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-Lock Brake System) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake Force Distribution)
  • ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist)
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System)
  • ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HHC (Hill Hold Control)
  • ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System)
  • ระบบตรวจจับพฤติกรรมการขับขี่ DMS (Driver Monitor System)
  • ระบบช่วยเบรก AEB (Automatic Emergency Braking)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LCC (Lane Centering Control)
  • ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning)
  • ระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะ ครอบคลุมทั้ง PDC (Park Distance Control) และ APA (Auto Park Assist) ที่มาพร้อมเซ็นเซอร์ กล้อง และเรดาร์รอบคัน มากถึง 24 ตำแหน่ง
  • ระบบช่วยควบคุมความเร็วอัจฉริยะ ISA (Intelligent Speed Assistance)
  • ระบบแสดงข้อมูลจำกัดความเร็ว SLIF (Speed Limit Information Function)
  • ระบบช่วยเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ DLC (Demand Lane Change)
  • ระบบช่วยเสริมการมองเห็นของผู้ขับขี่แบบรอบด้าน PVSS (Proactive Vision Supplement System)
  • ระบบช่วยเปลี่ยนเลน LCA (Lane Change Assist)
  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)
  • ระบบช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
  • ระบบช่วยเบรกขณะถอย RCTB (Rear Cross Traffic Braking)
  • ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู DOW (Door Open Warning)
  • ระบบไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่อง (FOLLOW ME HOME)
  • ระบบ Intelligent Scene Modes เพิ่มเติม Pet Mode ให้สัตว์เลี้ยงรอในห้องโดยสารอย่างเย็นสบาย โดยระบบปรับอากาศยังทำงานปกติในขณะล็อกรถ และ Nap Mode มีการปรับเบาะเอนลงให้ผู้ขับได้รับความผ่อนคลาย สามารถตั้งเวลาในการทำงาน และแจ้งเตือนได้
อีกทั้งยังเสริมอุปกรณ์ความปลอดภัย อาทิ จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ (Speed Sensing Door Lock) เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับพร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติ ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง ม่านถุงลมนิรภัย และถุงลมกลาง กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 360 องศา พร้อมสัญญาณเตือนระยะด้านหน้าและหลัง
นอกจากนี้ MG IM5 ยังเพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้ายุคใหม่ พร้อมระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART รองรับไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล ควบคุมรถได้ทุกที่ ทุกเวลา เพียงปลายนิ้วสัมผัส ผ่านสมาร์ทโฟน ครอบคลุม 3 ความอัจฉริยะ ได้แก่ ระบบตรวจเช็กอัจฉริยะ (Smart Check) ระบบสั่งการอัจฉริยะ (Smart Command) และ ระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ (Smart Connect)
พร้อมเสมอในทุกจุดหมาย ด้วยระบบชาร์จประสิทธิภาพสูงและความสะดวกในทุกการใช้งาน
  • มาพร้อมสถาปัตยกรรม 800V Platform ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มมาตรฐานที่ออกแบบโดยเฉพาะจาก SAIC MOTOR CORPORATION ทำให้ MG IM5 มีความสามารถในการชาร์จไฟได้ไวและเพิ่มระยะทางในการขับต่อการชาร์จ
  • หนึ่งครั้ง นอกจากนี้ เอ็มจี ยังมอบความสะดวกสบาย ให้การใช้รถอีวีเป็นเรื่องที่ง่าย ด้วยความพร้อมของสถานีอัดประจุไฟฟ้าของเอ็มจี MG SUPER CHARGE ที่พร้อมให้บริการแล้วทั่วประเทศ
  • แบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาดความจุ 100 kWh จาก CATL ขับเคลื่อนด้วยแรงดันไฟฟ้าสูงถึง 875 โวลต์ สามารถวิ่งได้ระยะทาง 860 กิโลเมตร* ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC
  • ระบบ Cooling system เจนเนอเรชั่นใหม่ ที่สามารถระบายความร้อนได้ 15 องศาเซลเซียส ภายในเวลาเพียง 30 วินาที
  • ชาร์จแบบเร็ว Quick Charge ชาร์จไฟฟ้าจาก 10% – 80% ด้วยแรงดันไฟฟ้าสูงสุด 800 โวลต์ รองรับ
  • การชาร์จแบบกระแสตรงสูงสุด 396 kW ใช้เวลาเพียง 18 นาที*
  • รองรับระบบ V2L เปลี่ยนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้สามารถเป็นแหล่งจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าสูงสุด 6.6 kW
*ระยะเวลาในการชาร์จ ขึ้นอยู่กับระดับแบตเตอรี่คงเหลือและกำลังของเครื่องอัดประจุไฟฟ้า
MG IM5 รถซีดานไฟฟ้าสุดพรีเมียม รุ่น Premium LONG RANGE มาพร้อมสีตัวถังให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีแดง Matisse Red สีขาว Raphael Beige สีดำ Ares Black สีเทา Rembrandt Grey และสีฟ้า Nevis Blue พร้อมตกแต่งภายในโทนสีทูโทน เทา–ดำ ที่สะท้อนความเรียบหรูและทันสมัยในทุกมิติ