NEW GWM TANK 500 DIESEL 2025
NEW GWM TANK 500 DIESEL โฉมใหม่ล่าสุดปี 2025 เปิดตัวออกมาให้เห็นทั้งหมด 3 รุ่น เครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร เทอร์โบแปรผัน ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ ภายนอกภายในออกแบบใหม่เน้นความหรูหรา และเทคโนโลยีล้ำสมัย รุ่น NEW GWM TANK 500 DIESEL 2.4T PRO ราคา 1,399,000 บาท รุ่น NEW GWM TANK 500 DIESEL 2.4T ULTRA ราคา 1,499,000 บาทและ รุ่น NEW GWM TANK 500 DIESEL 2.4T ULTRA 4WD ราคา 1,599,000 บาท

TANK 500 DIESEL พัฒนาจากรุ่นไฮบริด
NEW GWM TANK 500 DIESEL มีการพัฒนารุ่น 2WD สําหรับตลาดไทยโดยเฉพาะ เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานใน
ชีวิตประจําวันของคนไทย
ปรับช่วงล่างให้เหมาะกับสภาพถนนเมืองไทย พฤติกรรมการขับขี่ของคนไทย
เพิ่มความสบายในเบาะแถว 2 โดยการปรับการใส่วัสดุโฟม เพื่อเพิ่มความนุ่มสบายในการนั่งให้ มากยิ่งขึ้น
ย้ายตําแหน่งยางอะไหล่ ไปไว้ ด้านใต้ตัวรถ เพื่อให้สะดวกกับการเปิดประตูหลังและการจอดในพื้นที่จํากัด
รุ่นและสีรถยนต์
NEW GWM TANK 500 DIESEL สีขาว และสีเทา มาพร้อม 3 รุ่น ได้แก่
o รุ่น NEW GWM TANK 500 DIESEL 2.4T PRO
o รุ่น NEW GWM TANK 500 DIESEL 2.4T ULTRA*
o รุ่น NEW GWM TANK 500 DIESEL 2.4T ULTRA 4WD*
* มาพร้อมรุ่นพิเศษ Black Warrior
สีภายใน: สีดํา


สมรรถนะ NEW GWM TANK 500 DIESEL
NEW GWM TANK 500 DIESEL ทั้ง 3 รุ่นขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจนเนอเรชันใหม่ล่าสุด พร้อมระบบเทอร์โบแปรผัน (VGT) และเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด (9AT) ให้กําลังสูงสุด 135 กิโลวัตต์ หรือ 184 แรงม้าที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร รองรับการเดินทางไกลด้วยระยะทางขับขี่รวมมากกว่า 1,000 กิโลเมตรต่อการเติมนํ้ามันหนึ่งครั้ง
พร้อมเสริมประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีลํ้าสมัย เช่น ระบบหัวฉีดคอมมอนเรลแรงดันสูง 2,000 บาร์, ปั๊ มนํ้ามันเครื่องแบบปรับอัตราการไหล และระบบ EGR ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ ลดมลพิษ และประหยัดเชื้อเพลิงยิ่งขึ้น
ระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ (Body Transparent) เพิ่มทัศนวิสัยและความปลอดภัย


รองรับโหมดการขับขี่สูงสุดถึง 8 โหมด
o NEW GWM TANK 500 DIESEL รุ่น 2.4T PRO และ 2.4T ULTRA มาพร้อม 3 โหมดการขับขี่ ได้แก่ โหมดปกติ, โหมดสปอร์ต และโหมดประหยัด
o NEW GWM TANK 500 DIESEL รุ่น 2.4T ULTRA 4WD มาพร้อม 8 โหมดการขับขี่ ได้แก่โหมด 2H, โหมด 4H, โหมด 4L, โหมดพื้นหิมะ, โหมดพื้นโคลน,โหมดพื้นทราย, โหมดพื้นหิน และโหมดผู้ เชี่ยวชาญ เพื่อรองรับทุกสภาพเส้นทางทั้งบนถนนและออฟโรดอย่างมั่นใจ
นอกจากนี้ รุ่น 2.4T ULTRA 4WD ยังยกระดับความคล่องตัวและความมั่นใจในการขับขี่ด้วยฟีเจอร์ลํ้าสมัย อาทิ ระบบช่วยกลับรถในพื้นที่แคบ (Tank Turn), ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติสําหรับทางออฟโรด (Off-road Cruise Control) ระบบล็อกเฟืองด้านหน้าและด้านหลัง (Front and Rear Differential Lock)

แพลตฟอร์มของ NEW GWM TANK 500 DIESEL
NEW GWM TANK 500 DIESEL พัฒนาบนโครงสร้างแชสซีแบบตัวถังวางบนเฟรม (Body-on-Frame) ที่ออกแบบขึ้นเฉพาะสําหรับรถยนต์ในตระกูล GWM TANK มอบความแข็งแกร่งเหนือระดับ พร้อมระยะความสูงใต้ท้องรถ 224 มม.รองรับทุกสภาพเส้นทาง พร้อมส่งมอบความมั่นใจในทุกการเดินทาง
ในรุ่น 2.4T ULTRA 4WD มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบพาร์ตไทม์ เสริมด้วยระบบล็อกเฟืองด้านหน้าและหลังควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า เพิ่มขีดความสามารถในการลุยเส้นทางทุรกันดารอย่างแท้จริง
ระบบกันสะเทือน ด้านหน้าเปแบบปีกนกคู่ (Double-Wishbone) มอบความแม่นยําในการควบคุมทิศทาง ส่วนด้านหลังใช้ช่วงล่างแบบมัลติลิงก์ ช่วยสร้างสมดุลระหว่างสมรรถนะการควบคุมและความนุ่มนวลในการขับขี่อย่างลงตัวFactsheet

การออกแบบภายนอก (Exterior Design)
NEW GWM TANK 500 DIESEL รถยนต์อเนกประสงค์ PPV ระดับพรีเมียม ถ่ายทอดผ่านเส้นสายตัวถังที่แข็งแกร่ง โดยมิติตัวถังขนาดใหญ่ กว้าง 1,934 มม. ยาว 4,886 มม. และสูง 1,905 มม. ระยะฐานล้อ 2,850 มม.
ไฟหน้าแบบ LED อัจฉริยะ มาพร้อมไฟส่องสว่างกลางวัน (Daytime Running Lights), ฟังก์ชัน “Follow-Me-Home” และระบบปรับไฟสูง-ตํ่าอัตโนมัติ เพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการใช้งาน
ล้ออัลลอยสีดํา
o ในรุ่น 2.4T PRO ขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง Westlake ขนาด 265/60 R18 และยางอะไหล่
o ในรุ่น 2.4T ULTRA และ 2.4T ULTRA 4WD ขนาด 20 นิ้ว พร้อมยาง Continental ขนาด 265/50 R20 และยางอะไหล่
การออกแบบภายใน (Interior Design)
การออกแบบภายในของห้องโดยสาร NEW GWM TANK 500 DIESEL โดดเด่นด้วยบรรยากาศอันโอ่อ่าและหรูหราภายใต้ แนวคิด “ห้องโดยสารอัจฉริยะ” ผสานความลํ้าสมัยเข้ากับความสบายอย่างลงตัว ด้วยวัสดุพรีเมียมและการออกแบบพื้นที่ที่ตอบโจทย์ทั้งไลฟสไตล์การใช้งานในชีวิตประจําวันและการเดินทางร่วมกับครอบครัว


ทุกรุ่นย่อยของ NEW GWM TANK 500 DIESEL มาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐาน
o หน้าจอคู่ ประกอบด้วยหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบดิจิทัล TFT (TFT Digital Driving Display) ขนาด 12.3 นิ้ว หน้าจอสัมผัสมัลติมีเดียขนาด 12.3 นิ้ว ในรุ่น 2.4T PRO และขนาด 14.6 นิ้ว ในรุ่น 2.4T ULTRA และ 2.4T ULTRA 4WD รองรับการเชื่อมต่อแอปพลิเคชัน การเล่นเพลงและแสดงผลแบบแยกหน้าจอได้
o ระบบชาร์จไร้สาย 50W พร้อมพอร์ต Type-A/C ด้านหน้า และ Type-A ด้านหลัง รองรับการชาร์จอุปกรณ์หลายชิ้นอย่างรวดเร็ว
o เบาะนั่งออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ ช่วยลดความเมื่อยล้าระหว่างเดินทางไกล รองรับสรีระผู้ ขับขี่และผู้โดยสารอย่างลงตัว
o ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมระบบกรองอากาศ N95 เพื่อคุณภาพอากาศภายในห้องโดยสารที่ดีต่อสุขภาพ
o พื้นที่เก็บสัมภาระแบบยืดหยุ่น เบาะหลังพับได้ แบบ 50:50 รองรับปริมาณสัมภาระสูงสุด 795 ลิตร
o แพดเดิลชิฟต์บนพวงมาลัย เพิ่มความคล่องตัวในการควบคุมเกียร์รองรับการขับขี่ที่หลากหลาย
NEW GWM TANK 500 DIESEL รุ่น 2.4T ULTRA เพิ่มอุปกรณ์ดังต่อไปนี้
o ตกแต่งด้วยหนัง Nappa ระดับพรีเมียม มาตรฐานเดียวกับรถยนต์หรูเพื่อความรู้สึกพรีเมียมทั้งภาพลักษณ์และการใช้งาน
o ระบบเสียงรอบทิศทางแบบพื้นฐาน จํานวน 12 ลําโพง ให้คุณภาพเสียงเหนือระดับ เสริมอรรถรสในการขับขี่
o ระบบบันทึกตําแหน่งพร้อมระบบ Welcome seat ฟังก์ชันปรับเบาะไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อม VIP สวิตช์ สําหรับเบาะผู้โดยสารด้านหน้า ช่วยให้ ง่ายต่อการขึ้น-ลงรถ
o ระบบเบาะนวดไฟฟ้า สําหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า ลดความเมื่อยล้าระหว่างการขับขี่ พร้อมยกระดับความสบาย
o หลังคาซันรูฟแบบพาโนรามา เพิ่มแสงธรรมชาติและมุมมองอันกว้างขวาง สร้างบรรยากาศโปร่งโล่งสบายภายในห้อง
รุ่น 2.4T ULTRA 4WD เพิ่มระบบเบาะระบายอากาศสําหรับผู้โดยสารด้านหน้าและแถวสอง เพื่อยกระดับความสบายของผู้ โดยสารด้านหลังมากยิ่งขึ้น

ระบบอัจฉริยะใน NEW GWM TANK 500 DIESEL
NEW GWM TANK 500 DIESEL ทั้ง 3 รุ่นย่อย มาพร้อมระบบอัจฉริยะที่ครอบคลุมทั้งด้านความบันเทิง ความปลอดภัย การขับขี่ และเทคโนโลยีลํ้าสมัยต่าง ๆ อาทิ
ระบบอัปเกรดเฟิร์มแวร์แบบ FOTA (Firmware Over-the-Air) รองรับการอัปเดตระบบเกียร์ อัตราเร่ง ระบบช่วยขับขี่ ความบันเทิง และการควบคุมภายในห้องโดยสารผ่านสัญญาณอินเทอร์เน็ต ช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพโดยไม่ต้องเข้าศูนย์บริการ เช่น ปรับอัลกอริธึมโหมดออฟโรด และอัปเดตอินเทอร์เฟซของตัวรถ
ระบบสั่งการด้วยเสียง (Voice Interaction System) รองรับคําสั่งภาษาไทยและอังกฤษ สําหรับควบคุมเครื่องปรับอากาศ ซันรูฟ ระบบนําทาง และความบันเทิง ระบบควบคุมรถจากระยะไกล (Remote Vehicle Control) ฟังก์ชันพื้นฐานได้แก่ สตาร์ทรถหรือดับเครื่อง จากระยะไกล, เปิด-ปิดแอร์, เปิด-ปิดประตู ปิดหน้าต่างและซันรูฟ, และตรวจสอบสถานะรถ เช่น แรงดันลมยาง และระดับนํ้ามันเชื้อเพลิง
ฟังก์ชั่นด้านความปลอดภัย (Security Features) ประกอบด้วยระบบติดตามตําแหน่งรถ, การตั้งขอบเขตพื้นที่การใช้ งาน (E-Fencing), และระบบแจ้งเตือนความผิดปกติ (เช่น เช็กสถานะการเปิดประตู หรือหน้าต่าง) ระบบอินเทอร์เฟซผู้ใช้งาน (HMI Interaction)
o NEW GWM TANK 500 DIESEL รุ่น 2.4T ULTRA: จอคู่แบบอินเทอร์แอคทีฟ แสดงแผนที่แบบแบ่งหน้าจอ, การมิเรอร์สื่อมัลติมีเดีย, และข้อมูลโหมดออฟโรด
o NEW GWM TANK 500 DIESEL รุ่น 2.4T ULTRA 4WD: หน้าจอ UI พิเศษสําหรับออฟโรด แสดงค่าความลาดเอียงภูมิประเทศ สถานะการล็อกดิฟเฟอเรนเชียล และโหมดขับเคลื่อน 4 ล้อแบบเรียลไทม์ เพื่อประกอบการตัดสินใจในการลุยเส้นทางสมบุกสมบัน
ระบบการช่วยเหลือผู้ขับขี่และระบบความปลอดภัยสําหรับการขับขี่อัตโนมัติระดับ L2+
การขับขี่อัตโนมัติระดับ L2+ (Level L2+ Automated Driving) มาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ช่วยเสริมความปลอดภัยและลดภาระผู้ขับขี่ในหลากหลายสถานการณ์ ได้ แก่
o ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Full-speed Range ACC): รองรับความเร็ว 0–150 กม./ชม. คงระยะห่างที่ปลอดภัยจากรถคันหน้า ช่วยลดความเหนื่อยล้าในการขับขี่และเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน
o ระบบช่วยเปลี่ยนเลน (LCA – Lane Change Assist): ตรวจจับรถที่อยู่ในจุดบอดของกระจกข้าง หรือรถที่วิ่งมาเร็วจากเลนข้างเคียง พร้อมแสดงไฟเตือนฝั่งที่มีความเสี่ยง เพื่อช่วยหลีกเลี่ยงการชนจากการเปลี่ยนเลน (เฉพาะรุ่น 2.4T ULTRA และ ULTRA 4WD)
o ระบบเตือนการชนด้านหน้า (FCW – Forward Collision Warning): ช่วยลดความเสี่ยงจากการเบรกไม่ทัน เพิ่มความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุจากการชนด้านหน้า
o ระบบช่วยควบคุมให้อยู่ในเลน (LKA – Lane Keeping Assist): ช่วยปรับพวงมาลัยอัตโนมัติหากรถเบี่ยงออกนอกเลน เพื่อให้รถคงอยู่ในเส้นทางที่ปลอดภัย
o ระบบควบคุมอัจฉริยะบนทางด่วน / ระบบช่วยในสภาพการจราจรติดขัด (HWA/TJA – Highway Assist / Traffic Jam Assist): ช่วยควบคุมรถทั้งในช่วงขับขี่ทางตรงยาวนานหรือในสภาพรถติด โดยรักษารถให้อยู่กลางเลน และตามความเร็วหรือระยะห่างจากรถคันหน้าอย่างแม่นยํา ลดภาระผู้ขับขี่และเพิ่มความปลอดภัยบนทางด่วน

ระบบความปลอดภัยเชิงรุก (Active Safety)
o LDW (Lane Departure Warning): ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลนโดยตรวจจับเส้นจราจรผ่านกล้องแบบเรียลไทม์ หากรถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วตั้งแต่ 60 กม./ชม. ขึ้นไป และเปลี่ยนเลนโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว ระบบจะแจ้งเตือนผ่านเสียง ภาพ และการสั่นภายใน 0.5 วินาที
o HSA (Hill Start Assist): ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน ป้องกันรถไหลถอยหลัง
o ELK (Emergency Lane Keeping): ระบบช่วยควบคุมพวงมาลัยอัตโนมัติเมื่อตรวจพบว่ามีรถใกล้เคียงในระหว่างเปลี่ยนเลน เพื่อหลีกเลี่ยงการชนเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ในเมือง
o RCTA (Rear Cross-Traffic Alert): ระบบเตือนรถสัญจรขณะถอยหลัง โดยตรวจจับรถที่เคลื่อนที่จากด้านข้าง (เฉพาะรุ่น 2.4T ULTRA และ 2.4T ULTRA 4WD)
o RCTB (Rear Cross-Traffic Braking): ระบบเบรกฉุกเฉินขณะถอยหลังหากผู้ขับไม่ตอบสนองต่อการเตือน ระบบจะเบรกอัตโนมัติเพื่อลดความเสี่ยงในการชน (เฉพาะรุ่น 2.4T ULTRA และ 2.4T ULTRA 4WD)
o MEB (Mild Off-Road Braking): ระบบเบรกอัตโนมัติในความเร็วตํ่า (≤8 กม./ชม.) ขณะลุยทางออฟโรด หากตรวจพบสิ่งกีดขวางด้านข้าง ระบบจะเบรกเพื่อหลีกเลี่ยงการชน เหมาะกับสถานการณ์ลุยสุดขีด
o HDC (Hill Descent Control): ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชันช่วยให้รถลงทางชันหรือพื้นที่ลื่นได้อย่างมั่นคง ลดภาระผู้ขับขี่
o EBD (Electronic Brake-force Distribution): ระบบกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ ตรวจสอบสภาพล้อแบบเรียลไทม์ เพื่อปรับแรงเบรกอย่างเหมาะสม เพิ่มความมั่นคงขณะเบรก
o BAS (Brake Assist System): ระบบเสริมแรงเบรกอัตโนมัติเมื่อผู้ ขับเหยียบเบรกอย่างกะทันหัน เพื่อลดระยะเบรกและลดความเสี่ยงจากการชน
o RMI (Roll Movement Intervention): ระบบป้องกันการพลิกควํ่า โดยตรวจสอบท่าทางของรถอย่างต่อเนื่อง และลดแรงบิดรวมถึงเบรกอัตโนมัติเพื่อรักษาสมดุล
o TCS (Traction Control System): ระบบควบคุมการลื่นไถลของล้อ โดยตรวจจับความเร็วของล้อขับเคลื่อน หากล้อหมุนฟรี ระบบจะปรับแรงบิดให้เหมาะสม เพื่อให้รถมีแรงยึดเกาะที่ดีขึ้น
o เซนเซอร์จอดด้านหน้า 6 จุด / ด้านหลัง 6 จุด: ตรวจจับสิ่งกีดขวางรอบคัน ช่วยแจ้งเตือนผู้ขับขี่ระหว่างจอดรถ (เฉพาะรุ่น 2.4T ULTRA และ 2.4T ULTRA 4WD)
o ระบบกล้องมองภาพรอบคัน 540°: ความละเอียดระดับเมกะพิกเซลแสดงภาพรอบคันแบบเรียลไทม์ เพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่และจอดรถ
o TPMS (Tire Pressure Monitoring System): ระบบตรวจสอบแรงดันลมยางแบบเรียลไทม์ แสดงข้อมูลแรงดันและอุณหภูมิของยางแต่ละเส้นพร้อมแจ้งเตือนเมื่อเกิดความผิดปกติ

ระบบความปลอดภัยเชิงรับ (Passive Safety)
o โครงสร้างตัวถังออกแบบในรูปแบบโครงนิรภัย (Cage-Type) เพื่อสร้างช่องทางการถ่ายเทแรงกระแทกรอบทิศทาง ช่วยกระจายแรงปะทะได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยบริเวณโครงสร้างรับแรงหลักใช้เหล็กกล้าแรงดึงสูงพิเศษ (Ultra-High Strength Steel) ที่มีค่าความเค้นสูงสุด(Yield Strength) เกิน 1,500 MPa เพื่อลดการยุบตัวของหลังคาในกรณีเกิดแรงกระแทก
o โครงสร้างหลังคาสามารถรองรับแรงกดได้สูงถึง 96.58 กิโลนิวตันขณะที่ตัวถังมีความแข็งแรงต่อแรงบิด (Torsional Stiffness) สูงถึง23,076 นิวตันเมตร และความแข็งแรงต่อการดัดงอ (Bending Stiffness) 5,602 นิวตันเมตร ซึ่งสามารถทนต่อแรงกดบนหลังคาได้มากกว่ามาตรฐานถึง 4 เท่า
o แชสซีแบบตัวถังบนเฟรมที่ใช้เหล็กกล้าแรงสูงเป็นพิเศษ ช่วยลดการยุบตัวของห้องโดยสารขณะเกิดการชน เสริมความปลอดภัยสูงสุดให้แก่ผู้โดยสาร
o คอพวงมาลัยแบบยุบตัวดูดซับแรงกระแทกได้ (Crushable Energy-Absorbing Steering Column) ช่วยลดแรงที่ส่งถึงคนขับเมื่อเกิดการชน ปกป้องความปลอดภัยของผู้ขับขี่อย่างมีประสิทธิภาพ
o มาพร้อมถุงลมนิรภัย 6 ตําแหน่ง (คู่หน้า ด้านข้าง และม่านนิรภัย) โดยม่านนิรภัยใช้กระบวนการขึ้นรูปแบบ OPW (One-Piece Woven) เพื่อรักษาความดันลมอย่างมั่นคงและเพิ่มประสิทธิภาพในการปกป้อง
o เข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับอัตโนมัติ 1 จุด (Dual Pretensioners) ช่วยรัดบริเวณเชิงกรานและหน้าอกของผู้โดยสารทันทีในช่วงเริ่มต้นของการชน ลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บ
o ฟังก์ชั่นปลดล็อกประตูอัตโนมัติและตัดระบบจ่ายนํ้ามันเมื่อเกิดการชน: รถจะทําการปลดล็อกประตูโดยอัตโนมัติ เปิดไฟฉุกเฉินและไฟเบรก พร้อมตัดวงจรปั๊ มนํ้ามันทันที เพื่อหยุดการทํางานของเครื่องยนต์และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุซํ้าซ้อน


